นกโมนาลในหิมาลัยเปลี่ยนเสียงร้อง หลังเผชิญกิจกรรมมนุษย์
งานวิจัยเผยนกโมนาล นกประจำรัฐอุตตราขัณฑ์ของอินเดีย ปรับเปลี่ยนระดับเสียงร้องและถิ่นที่อยู่บนภูเขาเพื่อรับมือกับเสียงรบกวนและการท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักวิจัยอินเดียตีพิมพ์ 2 การศึกษาใหม่เกี่ยวกับผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ต่อนกโมนาล
- นกโมนาลต้องปรับเปลี่ยนระดับเสียงร้องให้สูงขึ้นเพื่อสู้กับเสียงรบกวนในหุบเขา
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวทำให้นกต้องอพยพขึ้นที่สูงขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ถิ่นที่อยู่ของนกหดตัวลงอย่างต่อเนื่องถึงปี 2100
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมมนุษย์และการท่องเที่ยวในแถบเทือกเขาหิมาลัย กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกโมนาล นกไก่ฟ้าพื้นถิ่นที่มีชื่อเสียงด้านขนสีสันสวยงามสะดุดตา ซึ่งเพิ่งถูกหยิบยกมาศึกษาผ่านงานวิจัยสองฉบับล่าสุดจากทีมนักวิจัยชาวอินเดีย
นกโมนาลเพศผู้โดดเด่นด้วยขนสีเขียว สีน้ำเงิน และสีทองแดง โดยนกชนิดนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและคติชนวิทยาอย่างลึกซึ้ง จนได้รับการยกย่องให้เป็นนกประจำรัฐอุตตราขัณฑ์ของประเทศอินเดีย และเป็นนกประจำชาติของประเทศเนปาล ทว่าการเติบโตของเมืองและการท่องเที่ยวที่ไม่ถูกควบคุมกำลังบีบคั้นถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพวกมัน
ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.ราจีฟ โลชาน ได้ทำการศึกษานาน 5 ปีเพื่อประเมินภัยคุกคาม โดยการศึกษาชิ้นที่สองซึ่งทำร่วมกับ ดินิช กูมาร์ ชาร์มา และ อานันท์ กูมาร์ จากมหาวิทยาลัยเฮมวดี นันดัน บาฮูกูนา การห์วาล ได้บันทึกเสียงร้องมากกว่า 700 ครั้งจากสองหุบเขาในเขตรักษาพันธุ์กวางมัสก์เคดาร์นาถ ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ได้แก่ พื้นที่ท่องเที่ยวอย่างโชปตาที่มีการจราจรคับคั่ง และพื้นที่เงียบสงบอย่างมาดมาเฮชวาร์ เป็นเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลปรากฏว่านกโมนาลที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนหนาแน่น จะส่งเสียงร้องที่มีความถี่สูงสุดสูงกว่านกในพื้นที่เงียบสงบอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากพวกมันต้องปรับตัวให้เสียงร้องสามารถดังทะลุผ่านเสียงรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ในหุบเขาที่พลุกพล่านไปได้
ปรากฏการณ์ที่สัตว์ต้องปรับเปลี่ยนระดับเสียงร้องเพื่อแข่งกับเสียงรบกวนจากมนุษย์ หรือที่ในทางชีววิทยาเรียกว่าการปรับความถี่เสียงให้สูงขึ้นเพื่อหลีกหนีมลภาวะทางเสียง (Urban Noise Effect) เป็นสัญญาณเตือนภัยที่สะท้อนว่าระบบนิเวศกำลังถูกรบกวนอย่างหนัก การที่นกโมนาลซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพป่าไม่สามารถใช้เสียงร้องตามธรรมชาติได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการหาคู่และการสื่อสารในฝูง ซึ่งอาจลุกลามไปยังสัตว์สายพันธุ์อื่นที่มีความเปราะบางยิ่งกว่า
นอกจากปัญหาเสียงรบกวนแล้ว การศึกษาชิ้นแรกยังชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังบีบให้นกโมนาลต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนภูเขาที่สูงขึ้น เนื่องจากหิมะที่ละลายทำให้พื้นที่เหนือแนวต้นไม้สามารถเข้าถึงได้ แต่ในขณะเดียวกันถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมก็ถูกรุกรานโดยมนุษย์ โมเดลภูมิอากาศที่อ้างอิงตามกรอบของ IPCC ประเมินว่าถิ่นที่เหมาะสมของนกกลุ่มนี้จะหดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2100 ซึ่งอาจทำให้ประชากรนกกระจัดกระจายและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ท้องถิ่น
"การศึกษาเหล่านี้ให้คำเตือนที่เป็นประโยชน์สำหรับสายพันธุ์อื่นที่มีความเปราะบางมากกว่า"
วิชาล สิงห์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น