อนุทินสั่งกรมโยธาฯ ศึกษาทำแก้มลิงรอบกรุงเทพฯ รับมือภัยแล้ง-น้ำท่วม
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งกรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาแนวทางสร้างแก้มลิงรอบกรุงเทพฯ ตามข้อเสนอของ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พร้อมยันมีงบประมาณรองรับแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งกรมโยธาฯ ศึกษาแนวทางสร้างแก้มลิงรอบกรุงเทพฯ
- รับข้อเสนอมาจาก อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ
- มุ่งเน้นให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งช่วงน้ำท่วมและหน้าแล้ง ยืนยันมีงบประมาณพร้อม
เมื่อเวลา 09.48 น. วันที่ 7 ต.ค. 2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงแผนงานด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าแนวคิดเรื่องแก้มลิงเก็บกักและระบายน้ำถือเป็นส่วนสำคัญในนโยบายของกรมชลประทาน ซึ่งในเบื้องต้นเตรียมมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้ามาช่วยศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่เพิ่มเติม
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอนุทินได้ร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจาก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เกี่ยวกับโครงการสร้างแก้มลิงล้อมรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ตนต้องเร่งสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองตรวจสอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ว่าสามารถผลักดันโครงการนี้โดยตรงได้หรือไม่ หากมีความเป็นไปได้ทางกฎหมายและปฏิบัติจริง รัฐบาลก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการทันที
"ขณะนี้พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นทั้งแหล่งรับน้ำ และสามารถเก็บกักน้ำได้ เพราะเมื่อจบสถานการณ์น้ำท่วมแล้วก็เข้าหน้าแล้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะต้องดำเนินการ ย้ำว่ากำลังเร่งศึกษา"
อนุทิน ชาญวีรกูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายกรัฐมนตรีอธิบายเพิ่มเติมว่า แนวทางที่นายอรรถวิชช์เสนอมานั้นจะเน้นพื้นที่รอบๆ กรุงเทพมหานครเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน สำหรับโครงการแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทย ทางกรมชลประทานได้มีแผนงานรองรับอยู่แล้ว โดยอาศัยการบูรณาการความร่วมมือร่วมกับภาคจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่
โครงการแก้มลิงถือเป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเมืองหลวง การที่รัฐบาลนำข้อเสนอของ สส. มาสั่งการศึกษาในระดับปฏิบัติการสะท้อนถึงความเร่งด่วนในการเตรียมรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วระหว่างฤดูน้ำหลากและภัยแล้ง ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้อย่างยั่งยืน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น