Royal Orchid ขยายพอร์ตโรงแรมอินเดีย รุกตลาดบ้านพัก
Royal Orchid Hotels เปิดตัว Iconiqa Living แพลตฟอร์มที่พักอาศัยพร้อมบริการ 130 ยูนิตในนอร์ทกัว ขยายพอร์ตสู่เมืองรองและจุดหมายปลายทางยอดนิยม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Royal Orchid เปิดตัว Iconiqa Living 130 ยูนิตในนอร์ทกัว
- รุกตลาดเมืองรอง ศาสนสถาน และสถานที่จัดงานแต่งงานนอกเขตเมโทร
- ตั้งเป้าขยายพอร์ตสู่ 230 โรงแรมทั่วอินเดียภายในปี 2030
- ผนึกกำลังแบรนด์ Regenta และแผนเปิดตัว Hampton by Hilton กว่า 125 แห่ง
รอยัล ออร์คิด ฮอเทลส์ (Royal Orchid Hotels) เครือโรงแรมชื่อดังของอินเดียที่บริหารโรงแรมมากกว่า 126 แห่ง ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มที่พักอาศัยพร้อมบริการในชื่อ Iconiqa Living โดยประเดิมโครงการแรกด้วยจำนวน 130 ยูนิตในรัฐนอร์ทกัว (North Goa) ถือเป็นการต่อยอดแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับอัปสเกล Iconiqa ที่มีอายุครบหนึ่งปีให้ก้าวข้ามจากห้องพักโรงแรมแบบเดิมมาสู่รูปแบบที่อยู่อาศัยจริง
อาร์จุน บาลจี (Arjun Baljee) ประธานของบริษัท ได้นิยามแนวคิดนี้ว่าเป็น "หน้าบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยและหลังบ้านที่เป็นโรงแรม" โดยเชื่อมั่นว่านักเดินทางชาวอินเดียยินดีจ่ายเงินแลกกับบริการระดับโรงแรมในพื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัว และเน้นย้ำว่าการบริการรวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดคือหัวใจสำคัญเหนือกว่างานดีไซน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ของรอยัล ออร์คิด เพื่อรองรับความต้องการที่กำลังกระจายตัวออกนอกเขตเมืองใหญ่ ไปสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงศาสนา เมืองสำหรับการจัดงานแต่งงาน ตลาดพักผ่อน และศูนย์กลางการค้าขนาดเล็ก โดยแบรนด์ Iconiqa ได้แตกแขนงออกเป็น 4 รูปแบบภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ได้แก่ Iconiqa Hotels and Resorts, Iconiqa Collection สำหรับโรงแรมอิสระ, Maison Iconiqa ขนาดเล็ก และล่าสุดคือ Iconiqa Living
บาลจีเปิดเผยว่า ความต้องการที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนอกเขตเมโทร ได้แก่ เมืองแสวงบุญสำคัญ เช่น ติรุปาติ (Tirupati) วรินทาวัน (Vrindavan) และอโยธยา (Ayodhya) รวมถึงเมืองศูนย์กลางการค้าอย่าง ภะโทฮี (Bhadohi) โดยระบุว่าห้องพักน้อยกว่า 10-12% เท่านั้นในภูมิภาคเหล่านี้ที่อยู่ในระบบจัดการมาตรฐานแบบเป็นทางการ
การรุกขยายตลาดของรอยัล ออร์คิด ออกนอกเมืองใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของชนชั้นกลางในอินเดียที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น และมองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่มีมาตรฐานสากลแม้ในเมืองรองหรือเมืองท่องเที่ยวทางศาสนา การใช้กลยุทธ์แบรนด์ที่หลากหลายตั้งแต่ Regenta ไปจนถึงการร่วมมือกับเชนระดับโลกอย่าง Hilton ช่วยให้บริษัทสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ทุกระดับราคา ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
นอกเหนือจากแบรนด์ไลฟ์สไตล์แล้ว รอยัล ออร์คิดยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายโรงแรมระดับกลางอย่าง Regenta อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับแผนงานร่วมมือกับแบรนด์ Hampton by Hilton เพื่อเปิดให้บริการโรงแรมอีกประมาณ 125 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ของอินเดีย โดยบริษัทมีเป้าหมายวิสัยทัศน์ปี 2030 ที่จะเพิ่มจำนวนโรงแรมในพอร์ตให้ได้ราว 230 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปัจจุบัน พร้อมด้วยสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนน Regenta Rewards ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 750,000 ราย และเติบโตขึ้นเดือนละ 25,000 ถึง 30,000 ราย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งที่ตั้งโรงแรมใหม่ในอนาคต
"the front end of a home and the back end of a hotel"
Arjun Baljee
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น