Thailand-Japan Investment Forum 2026: บีโอไอเผยยอดลงทุนกว่า 3.9 แสนล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และบีโอไอผนึกกำลังเจโทรและตลาดหลักทรัพย์ฯ ดันยุทธศาสตร์ Quality Investment-led Growth พร้อมเผยยอดลงทุนญี่ปุ่นช่วงปี 64-ครึ่งแรกปี 69 ทะลุ 396,500 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมมือกับบีโอไอและเจโทรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- บีโอไอยืนยันยอดลงทุนจากญี่ปุ่นช่วงปี 2564 ถึงครึ่งแรกปี 2569 รวมกว่า 1,380 โครงการ มูลค่า 396,500 ล้านบาท
- JETRO มุ่งหนุนภาคธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยี Green, Digital และ Automation Transformation
- EXIM BANK ออกตราสารหนี้สีเขียว 8,500 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในฐานะพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน โดยในช่วงเวลาปัจจุบันถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการลงทุนเพื่อรองรับบริบทโลกใหม่ ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย รัฐบาลจึงมุ่งผลักดันยุทธศาสตร์ Quality Investment-led Growth โดยอาศัยจุดแข็งของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ซึ่งครอบคลุมหลากหลายสาขาสำคัญ ได้แก่
- เกษตรอัจฉริยะและอาหารแปรรูป
- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและเซมิคอนดักเตอร์
- ยานยนต์แห่งอนาคตและยานยนต์ไฟฟ้า
- การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวคุณภาพ
- ค้าปลีกและโลจิสติกส์ พร้อมด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดเผยข้อมูลจากเลขาธิการบีโอไอระบุว่า นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของไทย โดยสถิติในช่วงระหว่างปี 2564 จนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมสูงถึง 396,500 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรกประกอบด้วย เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงเคมีและปิโตรเคมี
ในมิติของการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน นายอาเบะ อิจิโระ ประธาน JETRO กรุงเทพฯ ระบุว่า ภาคธุรกิจญี่ปุ่นพร้อมเดินหน้าลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยใช้กลยุทธ์ Multi-Pathway สำหรับตลาดยานยนต์ พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนไทยในการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
"JETRO พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นฐานสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป"
นายอาเบะ อิจิโระ
การผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและสถาบันการเงินในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงตลาดทุนผ่านโครงการ BOI to IPO และการสนับสนุนทางการเงินผ่านตราสารหนี้ประเภทต่างๆ เช่น Green Bond และ Blue Bond ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ภายใต้กิโยตินกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต
ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมสนับสนุนการระดมทุนผ่านกระดาน SET, mai และ LiVEx พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ESG เช่น โครงการ JUMP+ และระบบ SETCarbon เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต
ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) โดยนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ได้เตรียมวงเงินผ่านการระดมทุนตราสารหนี้สีเขียว 8,500 ล้านบาท ตราสารหนี้สีน้ำเงิน 3,000 ล้านบาท และตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น