ข้ามไปเนื้อหาหลัก

TAT ร่วมมือพันธมิตรการบิน ดันแคมเปญเปลี่ยนเวลาต่อเครื่องเป็นท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงนาม LOI กับกรมท่าอากาศยานและ 4 พันธมิตร เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Oct 2026ที่มา: TAT Newsroom4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
TAT ร่วมมือพันธมิตรการบิน ดันแคมเปญเปลี่ยนเวลาต่อเครื่องเป็นท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ททท. ลงนาม LOI กับกรมท่าอากาศยานและพันธมิตร 4 แห่ง เมื่อ 5 ตุลาคม 2026
  • ผลักดันโครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege เปลี่ยนเวลาต่อเครื่องให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยว
  • จับมือหน่วยงานภาคมหาวิทยาลัย สายการบิน และภาคเอกชน กระจายรายได้สู่ชุมชน
  • หนุนยุทธศาสตร์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยครั้งสำคัญ ด้วยการผลักดันโครงการ "Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege" ภายใต้กรอบความร่วมมือบันทึกข้อตกลง (LOI) ร่วมกับกรมท่าอากาศยานและพันธมิตรในภาคส่วนการบินและท่องเที่ยวรวม 6 องค์กร เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้โดยสารที่ต้องเปลี่ยนเครื่องหรือรอต่อเที่ยวบินที่มีเวลาว่าง ได้สัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศไทยนอกเหนือจากพื้นที่ภายในสนามบิน

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ณ กระทรวงคมนาคม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวณัฐริยา ทวีวงศ์ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งสำคัญนี้

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของการลงนาม มีนางสาวฐาปณี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นผู้แทนลงนามร่วมกับผู้แทนจาก 4 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมสายการบินประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด ซึ่งการผนึกกำลังกันในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน

6องค์กรพันธมิตรเข้าร่วมลงนาม LOI
5 ต.ค.วันที่จัดพิธีลงนามปี 2026

นางสาวฐาปณี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในโครงการนี้ว่า ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาว่างระหว่างเที่ยวบินให้กลายเป็นเวลาแห่งการค้นพบจุดหมายปลายทางได้ โดยผู้โดยสารที่มีเวลาต่อเครื่องเพียงพอสามารถออกไปสัมผัสอาหาร วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ และชุมชนท้องถิ่นของไทย แทนที่จะต้องรอคอยอยู่ภายในสนามบินตลอดการเดินทาง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับธุรกิจท้องถิ่นพร้อมมอบความประทับใจแรกเริ่มที่มีความหมาย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนเวลาระหว่างเที่ยวบินให้เป็นเวลาที่ใช้ในการค้นพบจุดหมายปลายทางได้ ผู้โดยสารที่มีเวลาต่อเครื่องที่เหมาะสมสามารถสัมผัสอาหารไทย วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ และชุมชนท้องถิ่น แทนที่จะอยู่แต่ภายในสนามบินตลอดการเดินทางของพวกเขา"

นางสาวฐาปณี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.

การริเริ่มโครงการเปลี่ยนผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องให้กลายเป็นนักท่องเที่ยวชั่วคราว (Stopover / Transit Tourism) ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มนำมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนักเดินทางกลุ่ม Transit โดยในบริบทของประเทศไทย การเชื่อมโยงสนามบินภูมิภาคหรือท่าอากาศยานหลักเข้ากับชุมชนโดยรอบผ่านระบบขนส่งและการอำนวยความสะดวกเรื่องความปลอดภัย จะช่วยกระจายรายได้สู่นอกเมือง ลดความแออัด และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแบบ High-Value ตามนโยบายระดับประเทศได้เป็นอย่างดี

ผ่านโครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege นี้ ทาง ททท. จะทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อสนามบินเข้ากับเมืองใกล้เคียง แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยมีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและเมนูประสบการณ์ให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ผู้โดยสารมีอยู่ พร้อมทั้งดูแลเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย การเดินทางภาคพื้น และการกลับมาขึ้นเครื่องต่อได้อย่างทันท่วงทีในเบื้องต้นพันธมิตรทุกฝ่ายจะมุ่งเน้นการพัฒนาสิทธิประโยชน์และประสบการณ์การเดินทางเปลี่ยนเครื่องที่ใช้งานได้จริง เพื่อสร้างการใช้จ่ายเพิ่มเติมและกระจายรายได้สู่ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว และผู้ให้บริการในพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน ก่อนจะนำผลลัพธ์มาประเมินเพื่อพัฒนาและขยายผลต่อไปในอนาคต

ที่มา: TAT Newsroom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้