น้ำท่วมเศรษฐกิจ 2569: หอการค้าไทยประเมินเสียหายหมื่นล้าน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผยพิบัติภัยน้ำท่วม 16 ก.ย. - 4 ต.ค. 2569 สร้างความเสียหายเกษตร 1.6 ล้านไร่ และฉุดจีดีพีลดลง 0.11%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ม.หอการค้าไทยประเมินพิบัติภัยน้ำท่วม 16 ก.ย. - 4 ต.ค. 2569
- พื้นที่เกษตรเสียหาย 1.6 ล้านไร่ นาข้าวหนักสุด 1.33 ล้านไร่
- ภาคอุตสาหกรรมโดน 1 นิคม โรงงาน 34 แห่ง ค่ายรถหยุดผลิต 2 แห่ง
- กรณีฐานคาดเศรษฐกิจเสียหาย 22,500 ล้านบาท จีดีพีลด 0.11%
สถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งกินระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนสำคัญตั้งแต่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว
จากการประเมินในภาพรวม ภาคเกษตรกรรมถือเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด โดยมีพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายรวมกันสูงถึง 1.6 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าวที่ได้รับความเสียหายสูงสุดถึง 1.33 ล้านไร่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยเป็นวงกว้าง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน โดยมีนิคมอุตสาหกรรมถูกน้ำท่วม 1 แห่ง มีโรงงานได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 34 แห่ง และมีค่ายรถยนต์ต้องประกาศหยุดสายการผลิตเป็นการชั่วคราวจำนวน 2 แห่ง
ในส่วนของภาคบริการและการท่องเที่ยว ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ระบุว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก โดยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไปราว 12,000 ถึง 24,000 คน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงประมาณ 575 ถึง 1,150 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขในช่วงระยะเวลาการเผชิญวิกฤตดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากความเสียหายเบื้องต้นแล้ว ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังได้ทำการจำลองสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจออกเป็นรูปแบบกรณีศึกษา เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนได้เตรียมรับมือ โดยแบ่งออกเป็นกรณีต่างๆ ตามความเป็นไปได้ของสถานการณ์
การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นอุทกภัย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำ การที่ตัวเลขความเสียหายกระจายไปในหลายคลัสเตอร์ ทั้งนาข้าว นิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมโยงกันสูง การฟื้นฟูจึงต้องทำแบบบูรณาการเพื่อป้องกันไม่ให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักระยะยาว
สำหรับการประเมินในกรณีฐาน (Baseline Scenario) ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นไปได้มากที่สุด คาดว่าวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยรวมเป็นมูลค่าถึง 22,500 ล้านบาท และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีลดลง 0.11 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีที่ดีกว่านั้นคือสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว จะมีความเสียหายราว 17,000 ล้านบาท และฉุดจีดีพีลดลงในสัดส่วนที่น้อยลงตามลำดับ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น