Disney ตรึงราคาบัตรถูกสุด พร้อมปรับขึ้นค่าบริการเสริม
Disney คงราคาบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ระดับเริ่มต้นไว้ที่ 104 ดอลลาร์ และไม่ขึ้นราคาบัตรแพงสุดที่ 224 ดอลลาร์ แต่เลือกปรับขึ้นค่าบริการเสริมแทน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Disney ตรึงราคาบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ถูกที่สุดไว้ที่ 104 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2019
- บัตรระดับสูงสุด 224 ดอลลาร์ไม่ปรับขึ้นราคาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016
- ปรับขึ้นราคาบริการเสริมแทน เช่น Park Hopper เพิ่มขึ้น 5 ถึง 15 ดอลลาร์ และ Lightning Lane Multi Pass เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์
- ยอดผู้เข้าชมสวนสนุกในประเทศเพิ่มขึ้น 3% และการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาสล่าสุด
กลยุทธ์การกำหนดราคาของสวนสนุกในเครือ Disney ในรอบล่าสุดนี้ มุ่งเน้นไปที่การปรับขึ้นค่าบริการเสริมต่างๆ มากกว่าการปรับราคาบัตรเข้าชมพื้นฐาน โดยมีความตั้งใจที่จะรักษาฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัด เพื่อสร้างความผูกพันและผลักดันให้บุคคลเหล่านี้กลายมาเป็นลูกค้าประจำในระยะยาวเมื่อมีกำลังซื้อมากขึ้น
Hugh Johnston ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Disney ได้เปิดเผยในการประชุมของ Goldman Sachs เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทมีความใส่ใจและระมัดระวังอย่างมากต่อเรื่องระดับราคา โดยต้องการสร้างช่องทางต้อนรับครอบครัวรุ่นใหม่ให้สามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้ และยังคงเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่องในยามที่ฐานะทางการเงินของพวกเขาเติบโตขึ้นในอนาคต
จากการวิเคราะห์ของเว็บไซต์ข่าว Disney อย่าง Mickey Visit ระบุว่า ราคาบัตรเข้าชมดิสนีย์แลนด์แบบหนึ่งวันในราคาสูงที่สุดนั้นพุ่งสูงขึ้นเกือบ 90% ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากราคา 119 ดอลลาร์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 224 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังคงเดินหน้าเสนอทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น บัตรราคาถูกที่สุดที่ยังคงตรึงไว้เท่าเดิมที่ 104 ดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงโครงการส่วนลดต่างๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นและผู้เข้าชมในช่วงเวลาค่ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"They're playing with how much people are payin
Hugh Johnston
สำหรับการปรับขึ้นราคาในรอบนี้ตกไปอยู่ที่บริการเสริมและบัตรผ่านประเภทต่างๆ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- บัตรเสริม Park Hopper ปรับเพิ่มขึ้น 5 ถึง 15 ดอลลาร์
- Lightning Lane Multi Pass เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์
- บัตรผ่านรายปีของ Disney World ปรับเพิ่มขึ้น 10 ถึง 120 ดอลลาร์
- เพดานราคาของ Lightning Lane Premier Pass ขยับขึ้น 50 ดอลลาร์ เป็น 499 ดอลลาร์
- บัตรเข้าชมแบบหนึ่งวันในช่วงพีคของ Disney World ปรับขึ้นเป็น 229 ดอลลาร์
กลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Barbell หรือการตรึงราคาฐานล่างไว้ในขณะที่ไปเน้นเก็บกำไรจากบริการเสริมพรีเมียม ถือเป็นแนวทางที่สวนสนุกขนาดใหญ่หลายแห่งนำมาใช้เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ การที่ Disney ยังคงรักษาบัตรราคาประหยัดไว้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกำแพงราคาที่สูงเกินไปสำหรับลูกค้าใหม่ ในขณะที่บริการเสริมอย่าง Lightning Lane และบัตรผ่านลัดคิวต่างๆ เป็นกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ต่อหัวให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่กระทบต่อปริมาณผู้เข้าชมโดยรวม
ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขผลประกอบการ โดยยอดผู้เข้าชมสวนสนุกในประเทศเพิ่มขึ้น 3% และการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งผู้บริหารระบุว่าการเติบโตนี้มาจากบริการเสริมอย่าง VIP tours และร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่าง United Parks & Resorts และ Universal ที่รายงานว่ายอดผู้เข้าชมซบเซาลงเนื่องจากอุปสงค์จากต่างประเทศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง ทั้งนี้ การปรับราคาดังกล่าวยังถือเป็นรอบแรกภายใต้การบริหารงานของ Josh D'Amaro ซึ่งรับตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับแผนลงทุนสวนสนุกและเรือสำราญมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 10 ปีที่เคยประกาศไว้ในปี 2023
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น