ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Disney ตรึงราคาบัตรถูกสุด พร้อมปรับขึ้นค่าบริการเสริม

Disney คงราคาบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ระดับเริ่มต้นไว้ที่ 104 ดอลลาร์ และไม่ขึ้นราคาบัตรแพงสุดที่ 224 ดอลลาร์ แต่เลือกปรับขึ้นค่าบริการเสริมแทน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Oct 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Disney ตรึงราคาบัตรถูกสุด พร้อมปรับขึ้นค่าบริการเสริม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Disney ตรึงราคาบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ถูกที่สุดไว้ที่ 104 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2019
  • บัตรระดับสูงสุด 224 ดอลลาร์ไม่ปรับขึ้นราคาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016
  • ปรับขึ้นราคาบริการเสริมแทน เช่น Park Hopper เพิ่มขึ้น 5 ถึง 15 ดอลลาร์ และ Lightning Lane Multi Pass เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์
  • ยอดผู้เข้าชมสวนสนุกในประเทศเพิ่มขึ้น 3% และการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาสล่าสุด

กลยุทธ์การกำหนดราคาของสวนสนุกในเครือ Disney ในรอบล่าสุดนี้ มุ่งเน้นไปที่การปรับขึ้นค่าบริการเสริมต่างๆ มากกว่าการปรับราคาบัตรเข้าชมพื้นฐาน โดยมีความตั้งใจที่จะรักษาฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัด เพื่อสร้างความผูกพันและผลักดันให้บุคคลเหล่านี้กลายมาเป็นลูกค้าประจำในระยะยาวเมื่อมีกำลังซื้อมากขึ้น

Hugh Johnston ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Disney ได้เปิดเผยในการประชุมของ Goldman Sachs เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทมีความใส่ใจและระมัดระวังอย่างมากต่อเรื่องระดับราคา โดยต้องการสร้างช่องทางต้อนรับครอบครัวรุ่นใหม่ให้สามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้ และยังคงเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่องในยามที่ฐานะทางการเงินของพวกเขาเติบโตขึ้นในอนาคต

$104ราคาบัตรถูกสุดตั้งแต่ปี 2019
3%ยอดผู้เข้าชมในประเทศเพิ่มขึ้น
$499ราคาสูงสุดของ Lightning Lane Premier Pass

จากการวิเคราะห์ของเว็บไซต์ข่าว Disney อย่าง Mickey Visit ระบุว่า ราคาบัตรเข้าชมดิสนีย์แลนด์แบบหนึ่งวันในราคาสูงที่สุดนั้นพุ่งสูงขึ้นเกือบ 90% ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากราคา 119 ดอลลาร์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 224 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังคงเดินหน้าเสนอทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น บัตรราคาถูกที่สุดที่ยังคงตรึงไว้เท่าเดิมที่ 104 ดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงโครงการส่วนลดต่างๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นและผู้เข้าชมในช่วงเวลาค่ำ

Disneyland theme park entrance California

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"They're playing with how much people are payin

Hugh Johnston

สำหรับการปรับขึ้นราคาในรอบนี้ตกไปอยู่ที่บริการเสริมและบัตรผ่านประเภทต่างๆ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • บัตรเสริม Park Hopper ปรับเพิ่มขึ้น 5 ถึง 15 ดอลลาร์
  • Lightning Lane Multi Pass เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์
  • บัตรผ่านรายปีของ Disney World ปรับเพิ่มขึ้น 10 ถึง 120 ดอลลาร์
  • เพดานราคาของ Lightning Lane Premier Pass ขยับขึ้น 50 ดอลลาร์ เป็น 499 ดอลลาร์
  • บัตรเข้าชมแบบหนึ่งวันในช่วงพีคของ Disney World ปรับขึ้นเป็น 229 ดอลลาร์

กลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Barbell หรือการตรึงราคาฐานล่างไว้ในขณะที่ไปเน้นเก็บกำไรจากบริการเสริมพรีเมียม ถือเป็นแนวทางที่สวนสนุกขนาดใหญ่หลายแห่งนำมาใช้เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ การที่ Disney ยังคงรักษาบัตรราคาประหยัดไว้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกำแพงราคาที่สูงเกินไปสำหรับลูกค้าใหม่ ในขณะที่บริการเสริมอย่าง Lightning Lane และบัตรผ่านลัดคิวต่างๆ เป็นกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ต่อหัวให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่กระทบต่อปริมาณผู้เข้าชมโดยรวม

ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขผลประกอบการ โดยยอดผู้เข้าชมสวนสนุกในประเทศเพิ่มขึ้น 3% และการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งผู้บริหารระบุว่าการเติบโตนี้มาจากบริการเสริมอย่าง VIP tours และร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่าง United Parks & Resorts และ Universal ที่รายงานว่ายอดผู้เข้าชมซบเซาลงเนื่องจากอุปสงค์จากต่างประเทศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง ทั้งนี้ การปรับราคาดังกล่าวยังถือเป็นรอบแรกภายใต้การบริหารงานของ Josh D'Amaro ซึ่งรับตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับแผนลงทุนสวนสนุกและเรือสำราญมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 10 ปีที่เคยประกาศไว้ในปี 2023

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้