ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี แจงปมขอโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ชี้แจงในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอเมื่อ 8 ต.ค. 2569 ปมทำหนังสือย้ายนายอำเภอบ้านสร้างเนื่องจากเน้นทำคอนเทนต์และขาดภาวะผู้นำ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด08 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี แจงปมขอโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี แจงปมขอโยกย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง
  • ระบุปัญหาการทำงานเน้นทำคอนเทนต์ ถ่ายคลิปตลอดเวลา แต่ขาดการประสานงาน
  • ยื่นหนังสือปรับย้ายตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2569 ชี้คนในพื้นที่รู้ดีและดีใจที่เปลี่ยนตัว

ประเด็นร้อนทางการเมืองท้องถิ่นระอุขึ้นเมื่ออดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจทำเรื่องเสนอขอโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ โดยระบุถึงปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ท่ามกลางสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงเหตุผลเบื้องหลังการทำหนังสือขอให้ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ โดยยอมรับว่ามีความคิดที่จะส่งตัวกลับมานานแล้วจนกระทั่งสถานการณ์น้ำท่วมมาถึงอำเภอบ้านสร้าง

Thailand district office building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ระบุว่า ตนได้สั่งการลงไปตลอดแต่การทำงานกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลรอบข้าง ซึ่งหากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีว่าพฤติกรรมการทำงานของนายอำเภอรายนี้เป็นอย่างไร แม้จะมีคนทั้งในและนอกพื้นที่พยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับถูกปฏิเสธพร้อมแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่

"คนภายนอกอาจมองว่าภาพสวย แกทำคอนเทนต์ทุกวัน แต่เวลาทำงานไม่เหมือนที่คิด เลยต้องทำหนังสือถึงส่วนกลางให้ปรับย้าย เพื่อให้คนอื่นทำหน้าที่แทน คิดจะส่งตัวออกไปนานแล้ว คิดแล้วคิดอีก แล้วมาทำหนังสือเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569"

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน

นายวีระพันธ์ ขยายความเพิ่มเติมว่า ภาพที่ปรากฏต่อสายตาภายนอกมักจะดูดีเนื่องจากมีการถ่ายทำคอนเทนต์อยู่เป็นประจำ มีคนถือกล้องเดินตามตลอดเวลา ทว่าในความเป็นจริงกลับรับภาระและปัญหาใหญ่โตไม่ไหว จนเป็นเหตุให้ต้องทำหนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่งไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาปรับย้ายให้บุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในเชิงการบริหารราชการแผ่นดิน การโยกย้ายข้าราชการระดับอำเภอในยามวิกฤต เช่น สถานการณ์อุทกภัย ถือเป็นกลไกปกติของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดในพื้นที่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการบุคคลและบูรณาการความร่วมมือ หากพบว่ามีความขัดแย้งในการประสานงานหรือขาดภาวะผู้นำที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาเร่งด่วน การตัดสินใจปรับเปลี่ยนกำลังพลย่อมมีความจำเป็นเพื่อไม่ให้ภารกิจช่วยเหลือประชาชนสะดุดลง

เมื่อถูกถามถึงประเด็นหลักฐานยืนยันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นายวีระพันธ์ ชี้แจงว่า ทางกรมการปกครองจะเป็นผู้ลงพื้นที่เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่บริหารระบบบุคลากร เมื่อพบจุดติดขัดตรงไหนก็ต้องเร่งแก้ไข พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกังวลเรื่องการเปลี่ยนตัวบุคคลช่วงวิกฤต โดยระบุว่าไม่มีปัญหาเรื่องเปลี่ยนม้ากลางศึกแต่อย่างใด และคนในพื้นที่ต่างรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้