Margaret Hamilton เสียชีวิตแล้วในวัย 90 ปี ผู้สร้างซอฟต์แวร์ Apollo 11
Margaret Hamilton นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังซอฟต์แวร์นำยาน Apollo 11 สู่ดวงจันทร์ เสียชีวิตในวัย 90 ปี เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Margaret Hamilton นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้สร้างซอฟต์แวร์ Apollo 11 เสียชีวิตในวัย 90 ปี
- เธอคือผู้นำทีมเขียนโค้ดออนบอร์ดที่ช่วยให้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัยในปี 1969
- ซอฟต์แวร์แบบ priority-driven ของเธอช่วยแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์โอเวอร์โหลดในช่วงวินาทีประวัติศาสตร์
- เธอได้รับเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดีจาก Barack Obama ในปี 2016
วงการวิทยาศาสตร์และอวกาศสูญเสียบุคคลสำคัญระดับตำนาน เมื่อ Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ออกมายืนยันว่า Margaret Hamilton นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้สร้างงานวิจัยพลิกประวัติศาสตร์ซึ่งช่วยนำนักบินอวกาศของ NASA ไปเยือนดวงจันทร์ ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 90 ปี โดยทางสถาบันระบุว่าเธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 กันยายน
ทาง MIT ได้กล่าวไว้อาลัยว่าการยกย่องว่าเธอเป็นผู้บุกเบิกและล้ำยุคเกินกาลนั้นยังถือว่าน้อยเกินไป พร้อมทั้งยอมรับว่าเธอคือวิศวกรซอฟต์แวร์ก่อนที่สายงานนี้จะกลายเป็นกระแสหลักในสังคม โดย Hamilton เริ่มทำงานที่ MIT ตั้งแต่ปี 1959 ยาวนานจนถึงช่วงกลางทศวรรษ 1970 และทำหน้าที่บริหารแผนกวิศวกรรมซอฟต์แวร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในแผนกดังกล่าว เธอได้นำทีมวิศวกรเขียนและทดสอบซอฟต์แวร์ออนบอร์ดทั้งหมดที่ใช้ในเที่ยวบินของโครงการ Apollo 11 ซึ่งทำหน้าที่นำทางให้นักบินอวกาศชาวอเมริกันอย่าง Neil Armstrong และ Buzz Aldrin ลงจอดบนดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย เธอยังเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian ไว้เมื่อปี 2019 ว่าเธอรู้สึกดึงดูดใจทั้งจากแนวคิดที่ยิ่งใหญ่และความจริงที่ว่าไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยเธอเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกที่เข้าร่วมทีมและเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทางสถาบันจ้างเข้ามาทำงาน
ช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นในขยักสุดท้ายก่อนที่ยาน Apollo 11 จะลงจอดบนดวงจันทร์ในปี 1969 เมื่อคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดส่งเสียงเตือนสัญญานข้อผิดพลาดขึ้น ระบบตรวจพบว่าคอมพิวเตอร์กำลังทำงานหนักเกินพิกัดจนเกือบทำให้ภารกิจลงจอดอันซับซ้อนนี้ล้มเหลวลง แต่ด้วยความรอบคอบของ Hamilton และทีมงานที่ได้ออกแบบซอฟต์แวร์แบบ priority-driven ไว้ล่วงหน้า ระบบจึงสามารถปิดงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นและให้ความสำคัญสูงสุดกับภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ได้ทันท่วงทีตามรายงานของ MIT
"ฉันถูกดึงดูดทั้งจากแนวคิดอันยิ่งใหญ่และความจริงที่ว่ามันไม่เคยถูกทำมาก่อน ฉันเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกที่เข้าร่วมและเป็นผู้หญิงคนแรกที่พวกเขาจ้าง"
Margaret Hamilton
ผลงานการออกแบบซอฟต์แวร์อันโด่งดังนี้ถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายประวัติศาสตร์ปี 1969 ซึ่งเผยให้เห็นภาพของเธอยืนอยู่เคียงข้างกองเอกสารโค้ดโปรแกรมที่ถูกพิมพ์ออกมาจนมีความสูงท่วมตัว ต่อมาในปี 2016 ผลงานตลอดชีวิตของเธอได้รับการเชิดชูเกียรติจากประธานาธิบดี Barack Obama ด้วยการมอบเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดีเพื่อยกย่องคุณูปการด้านวิทยาศาสตร์และการเดินทางอวกาศ โดยในตอนนั้น Obama ระบุว่าเธอคือตัวแทนของสตรีผู้ปิดทองหลังพระกลุ่มนั้นที่ช่วยส่งมนุษยชาติออกไปสำรวจอวกาศ
เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจ Apollo 11 แนวคิดการเขียนโปรแกรมของ Margaret Hamilton ถือเป็นรากฐานสำคัญของวิศวกรรมความน่าเชื่อถือในปัจจุบัน (Software Reliability Engineering) การที่เธอกำหนดระบบจัดลำดับความสำคัญของงาน (Priority Scheduling) ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบล่มในยิกวิกฤต ซึ่งกลไกนี้ถูกนำไปต่อยอดใช้ในระบบควบคุมการบินสมัยใหม่ ยานยนต์ไร้คนขับ และระบบอวกาศเชิงพาณิชย์ในยุคปัจจุบัน
Hamilton เกิดที่รัฐอินเดียนาในปี 1936 เริ่มต้นศึกษาด้านคณิตศาสตร์ที่ University of Michigan ในปี 1955 ก่อนจะย้ายไปที่ Earlham College และคว้าปริญญาตรีสาขาคณิตศาสตร์ในปี 1958 เธอเดินทางไปยังบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปีต่อมาพร้อมกับสามี และเริ่มต้นทำงานที่ MIT เพื่อหาเงินสนับสนุนสามีระหว่างเรียนกฎหมาย ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา เธอนำความเชี่ยวชาญของตนเองมาเปิดบริษัทซอฟต์แวร์ของตัวเอง รวมถึงบริษัท Hamilton Technologies ที่ยังคงตั้งอยู่ในรัฐแมสซาชูเซตส์จนถึงปัจจุบัน
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น