เบื้องหลังความสำเร็จ Brighton ปั้นดาวรุ่งสู่กำไรตลาดนักเตะ
เจาะลึกกลยุทธ์ซื้อขายนักเตะของ Brighton & Hove Albion ทีมอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก ที่ใช้ข้อมูลวิเคราะห์และระบบปล่อยยืมตัวสร้างกำไรมหาศาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Brighton รักษากำไรจากการซื้อขายนักเตะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในสองสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่ทำได้
- ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Jamestown Analytics ของเจ้าของสโมสร Tony Bloom ในการคัด
- ระบบยืมตัวทั้งในและต่างประเทศเป็นหัวใจสำคัญ ช่วยให้นักเตะดาวรุ่งสะสมประสบการณ์ก่อนขึ้นชุดใหญ่
Brighton & Hove Albion สร้างความฮือฮาด้วยการทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก พร้อมกับสถิติแนวรุกที่ทำประตูได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยเบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากการทุ่มเงินก้อนโตซื้อสตาร์ดังเข้าทีมทันที แต่เกิดจากการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด
สโมสรแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสองทีมของพรีเมียร์ลีกเคียงคู่กับ Everton ที่สามารถทำกำไรสุทธิจากการซื้อขายนักเตะตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การสรรหาและพัฒนาเยาวชนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
Mike Cave ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Brighton ได้อธิบายถึงแนวทางของสโมสรว่ามีความชัดเจนในการสร้างความสามารถในการแข่งขันบนลีกที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดในโลก โดยผลงานล่าสุดก่อนพักเบรกทีมชาติคือการเปิดบ้านถล่มแชมป์เก่าอย่าง Arsenal ไป 3-0
กระบวนการทั้งหมดเริ่มต้นจากการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเป็นเครื่องมือหลักในการติดตามและประเมินฟอร์มการเล่นของนักเตะหรือโค้ชในลีกอาชีพทั่วโลก โดยอาศัยระบบ Jamestown Analytics ของ Tony Bloom เจ้าของสโมสร ซึ่งเป็นความลับทางการค้าที่ได้รับการปกป้องอย่างดี
"เราใช้เวลาอย่างมากในการทำความเข้าใจตัวตนของบุคคลนั้น ในท้ายที่สุดแล้วนี่คืออุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผู้คน"
Mike Cave, ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา Brighton

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากการใช้ตัวเลขและสถิติแล้ว สโมสรยังให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจทัศนคติและสภาพจิตใจของนักเตะแต่ละคน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับสโมสร และสโมสรก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนเช่นกัน
กลยุทธ์การปล่อยยืมตัว (Buy-to-loan) ถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญ ตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 เป็นต้นมา Brighton ทำข้อตกลงปล่อยยืมตัวนักเตะมากกว่า 20 รายต่อฤดูกาล โดยในฤดูกาลก่อนมีตัวเลขสูงถึง 27 ราย และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาปล่อยไปอีก 16 ราย เพื่อให้นักเตะที่ยังมีศักยภาพไม่ถึงขั้นเล่นพรีเมียร์ลีกได้ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์
กลยุทธ์การปล่อยยืมตัวของ Brighton ไม่ได้มีไว้เพื่อระบายผู้เล่นส่วนเกินเหมือนสโมสรทั่วไป แต่เป็นการออกแบบเส้นทางอาชีพ (Career Pathway) ล่วงหน้าหลายปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เล่นสามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะความเร็วของฟุตบอลอังกฤษได้โดยไม่ต้องกดดันตั้งแต่ยังเด็ก โมเดลนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพิ่มมูลค่าตลาดได้อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Alexis Mac Allister ที่ย้ายมาด้วยค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม 2019 ก่อนจะถูกปล่อยยืมกลับไปอาร์เจนตินา และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญพาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกปี 2022 ก่อนจะถูกขายให้ Liverpool ในราคา 35 ล้านปอนด์ หรือกรณีของ Jan Paul van Hecke ที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยวัย 20 ปี และผ่านการยืมตัวก่อนจะย้ายไป Tottenham ในราคา 52 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
โมเดลนี้ยังคงดำเนินต่อไปในฤดูกาลปัจจุบันกับแข้งดาวรุ่งอย่าง Malick Yalcouye และ Ibrahim Osman รวมถึง Matias Orozco ดาวรุ่งวัย 18 ปีที่ถูกส่งไปเก็บประสบการณ์ในสเปน ซึ่งทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Brighton พร้อมเป็นสะพานเชื่อมสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักเตะที่มีความทะเยอทะยาน
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น