อดีตผู้ต้องขังเปิดตัว Commissary Club สตาร์ทอัพช่วยอดีตนักโทษหางาน
Richard Bronson อดีตหุ้นส่วน Stratton Oakmont เปิดตัว Commissary Club แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใช้ AI ช่วยอดีตนักโทษหางานและที่อยู่อาศัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Richard Bronson อดีตหุ้นส่วนบริษัท Stratton Oakmont เปิดตัวสตาร์ทอัพใหม่ชื่อ Commissary Club
- แพลตฟอร์มนี้เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการจ้างงานสำหรับอดีตผู้ต้องขังโดยเฉพาะ
- ระบบใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยนำทางขั้นตอนการหางานและที่อยู่อาศัยหลังพ้นโทษ
- คิดค่าบริการสมัครงาน 10 ครั้งถัดไปในราคา 149 ดอลลาร์ หรือครั้งละ 14.99 ดอลลาร์หลังใช้ฟรีช่วงแรก
Richard Bronson ผู้ประกอบการผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Commissary Club มีภูมิหลังที่แตกต่างจากผู้ก่อตั้งทั่วไป เนื่องจากเขาเคยผ่านช่วงเวลาต้องโทษในเรือนจำมาก่อน โดยในยุค 1980 เขาเคยทำงานให้กับ Stratton Oakmont บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ฉาวโฉ่ ซึ่งบริหารโดย Jordan Belfort หรือที่รู้จักกันในนาม หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท ซึ่งเรื่องราวของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2013 ก่อนที่บริษัทจะล่มสลายลงในช่วงกลางทศวรรษ 1990 จากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต
แม้ว่า Bronson จะเคยเป็นหุ้นส่วนของ Stratton Oakmont แต่เขาได้ลาออกมาหลังจากทำงานได้เพียงหนึ่งปีเพื่อไปก่อตั้งบริษัทของตัวเองในเซาท์ฟลอริดา ซึ่งกิจการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมากในตอนแรก ก่อนที่จะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในเวลาต่อมา แม้เขาจะพ้นโทษมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ความยากลำบากในวันแรกที่ก้าวเท้าออกจากเรือนจำยังคงฝัง 10 อยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่มีวันลืม
"ไม่มีใครยอมจ้างผมเลย แม้ว่าผมจะมีทั้งวุฒิการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และทุกๆ อย่างครบถ้วน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นกัมมันตภาพรังสีที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้"
Richard Bronson
ประสบการณ์อันเจ็บปวดหลังพ้นโทษนี่เองที่เป็นแรงผลักดันให้ Bronson ก่อตั้ง Commissary Club ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เน้นเรื่องการจ้างงาน ชื่อของแพลตฟอร์มนี้ตั้งตามร้านค้าภายในเรือนจำที่บรรดาผู้ต้องขังใช้ซื้อขนมและของใช้ส่วนตัว โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังอดีตนักโทษโดยตรง และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยนำทางพวกเขาผ่านกระบวนการหางานและที่พักอาศัยที่มักจะมีความซับซ้อนหลังกลับคืนสู่สังคมภายนอก
การที่สตาร์ทอัพหันมาเจาะกลุ่มอดีตผู้ต้องขังสะท้อนให้เห็นช่องว่างในตลาดแรงงานที่มักถูกมองข้าม เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักเผชิญอุปสรรคทางกฎหมายและการยอมรับจากสังคม การใช้ AI เข้ามาช่วยจับคู่ทักษะและให้คำแนะนำจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำและเพิ่มโอกาสในการตั้งตัวใหม่ แม้โมเดลธุรกิจแบบมีค่าใช้จ่ายอาจเผชิญคำวิจารณ์ แต่ก็นับเป็นความพยายามในการสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคมในเวลาเดียวกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านรูปแบบธุรกิจ แพลตฟอร์มจะเปิดให้ใช้งานฟรีในระยะแรก ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่ระบบคิดค่าบริการ โดยผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์สมัครงานฟรี 10 ครั้งแรก จากนั้นจะมีแพ็กเกจการสมัครงาน 10 ครั้งในราคา 149 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นครั้งละ 14.99 ดอลลาร์ แม้ว่าโมเดลแสวงหากำไรนี้อาจทำให้หลายคนลังเลและขายได้ยากสำหรับผู้ที่เพิ่งก้าวออกจากเรือนจำ แต่ Bronson มองว่านี่คือโมเดลแบบวิน-วิน ที่สามารถช่วยเหลือชุมชนกลุ่มเล็กๆ ซึ่งแทบไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลย
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น