นิวยอร์กฟ้อง TikTok ใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยปลอม
รัฐนิวยอร์กเผยเอกสารฟ้องร้อง TikTok แอบทดลองให้ผู้ใช้หลายพันคนรวมถึงเด็กและวัยรุ่นใช้งานฟีเจอร์ความปลอดภัยหลอกลวงหรือระบบหลอกพลาซีโบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐนิวยอร์กเปิดเผยเอกสารฟ้องร้อง TikTok ฉบับอัปเดตกรณีฟีเจอร์ความปลอดภัย
- ผู้ใช้หลายพันคนรวมถึงเด็กและเยาวชนถูกจำกัดให้ใช้ฟีเจอร์ทดลองแบบหลอกลวง
- ระบบรีเซ็ตอัลกอริทึม Algo Refresh ถูกบล็อกหรือทำงานไม่จริงตามที่ผู้ใช้เข้าใจ
- พนักงานภายในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์เคยทักท้วงเรื่องความโปร่งใสแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข้อมูลจากเอกสารคดีความฉบับล่าสุดที่ผู้พิพากษาสั่งเปิดเผยต่อสาธารณะ ระบุว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมอย่าง TikTok กำลังเผชิญข้อกล่าวหาครั้งใหม่จากรัฐนิวยอร์ก โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแอบซ่อนฟีเจอร์ความปลอดภัยจริงจากผู้ใช้งานนับพันราย ซึ่งครอบคลุมถึงกลุ่มเด็กและวัยรุ่น
ข้อกล่าวหาดังกล่าวระบุว่าผู้ใช้งานกลุ่มตัวอย่างถูกทดลองระบบด้วยการใช้งานเวอร์ชันจำลองของเครื่องมือความปลอดภัย แทนที่จะเป็นระบบที่ใช้งานได้จริงอย่างเต็มรูปแบบ โดยหนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับผลกระทบคือ Algo Refresh ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถล้างค่าอัลกอริทึมเพื่อหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่เป็นอันตรายในหน้าฟีดของตนเองได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากการตรวจสอบพบรายละเอียดของการทดลองที่น่าสนใจดังนี้:
- ผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าใจว่าตนเองได้เปิดใช้งานฟีเจอร์รีเซ็ตฟีดแล้ว
- ฟีดวิดีโอของผู้ใช้กลุ่มทดลองไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่างจากกลุ่มที่ได้รับฟีเจอร์เวอร์ชันสมบูรณ์
- มีการปิดกั้นการเข้าถึงฟีเจอร์ควบคุมหน้าฟีดสำหรับผู้ใช้ที่ถูกเลือกบางราย
- ข้อกล่าวหาอ้างว่าบริษัทเคยระงับการอัปเดตความปลอดภัยลักษณะนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว
ในประเด็นนี้ เนธาเนียล บราวน์ โฆษกของ TikTok ได้ชี้แจงผ่านแถลงการณ์ว่าทางบริษัทมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง และมีการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ เป็นประจำเช่นเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป เพื่อตรวจสอบประสบการณ์ใช้งานจริงในสถานการณ์จริง
"ฟีเจอร์นี้เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและการควบคุมอัลกอริทึม [...] กลุ่มทดลองแบบพลาซีโบขัดแย้งกับสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง"
ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ด้านความเป็นอยู่ดิจิทัลของ TikTok
นอกจากนี้ เอกสารคำฟ้องยังเปิดเผยด้วยว่า มีผู้จัดการผลิตภัณฑ์ฝ่ายความเป็นอยู่ดิจิทัลหรือ Digital Well Being ภายในบริษัท เคยแสดงความกังวลต่อการทดลองดังกล่าวผ่านช่องทางภายใน โดยระบุว่าการสร้างกลุ่มทดลองแบบไม่มีผลลัพธ์จริงหรือกลุ่มพลาซีโบนั้นขัดแย้งกับหลักการโปร่งใสและการควบคุมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
การที่หน่วยงานรัฐบาลใช้วิธีทางกฎหมายเข้ามาตรวจสอบการทดลองฟีเจอร์ทางจิตวิทยาหรือการปรับแต่งพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลเทคโนโลยี โดยเฉพาะเมื่อฟีเจอร์เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเยาวชน การใช้ระบบทดลองโดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างโปร่งใสอาจสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตและสิทธิของผู้บริโภค
คดีความดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า ทางแพลตฟอร์มได้ให้ข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดเกี่ยวกับฟีเจอร์ดังกล่าว โดยนำเสนอระบบ Algo Refresh ว่าเป็นการรีเซ็ตค่าแบบถาวร แทนที่จะเป็นการทดลองชั่วคราวตามความเป็นจริง
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น