Conicle Skills แพลตฟอร์มแก้โจทย์ Skills Mismatch ในยุค AI
เจาะลึกวิกฤตทักษะคนทำงานล้าสมัยกับ นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ซีอีโอ Conicle พร้อมแนวทางพัฒนาทักษะยุคใหม่ด้วย AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทักษะทำงานเกือบครึ่งหนึ่งมีอายุสั้นเพียง 5 ปีเนื่องจาก AI เติบโตอย่างรวดเร็ว
- Conicle Skills รวบรวมกว่า 280 ทักษะใน 7 หมวดหลัก พร้อมหลักสูตรกว่า 5,000 รายการ
- ระบบ AI Companion ช่วยประเมินและออกแบบเส้นทางพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคล
- ฟีเจอร์ Ask และ Grow จาก Conicle ช่วยบริหารข้อมูลและแผนพัฒนาบุคลากรในองค์กร
ทักษะและความรู้ที่เราพึ่งพาอยู่ทุกวันนี้จะยังคงใช้งานได้อีกนานแค่ไหน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทำให้องค์กรและคนทำงานต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ นั่นคือ ภาวะ Skills Mismatch หรือช่องว่างทางทักษะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของตลาดแรงงานในปัจจุบัน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น บทความนี้จึงพาไปเจาะลึกบทสัมภาษณ์พิเศษของ คุณปูน นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Conicle แพลตฟอร์มพัฒนาศักยภาพบุคลากรชั้นนำ ผู้ที่จะมาฉายภาพปัญหาช่องว่างทางทักษะ พร้อมแนะนำทางออกผ่าน Conicle Skills แพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อติดอาวุธให้คนไทยแข่งขันได้ในระดับสากล
คุณปูนระบุว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือระดับองค์กรคือทรัพยากรมนุษย์ แต่ปัญหาใหญ่ในเวลานี้คือความรู้ของคนทำงานกำลังเสื่อมค่าเร็วกว่าเดิม โดยมีสถิติที่น่าตกใจว่าราว 5 ปี ความรู้เกือบครึ่งหนึ่งจะหมดอายุและไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปเพียง 1-2 ปี ช่องว่างทางทักษะก็จะยิ่งถ่างกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สาเหตุหลักมาจากเทคโนโลยีก้าวกระโดดอย่างรุนแรง ต่างจากยุคโมบายหรือคลาวด์ที่คนยังพอปรับตัวทัน แต่ยุค AI เข้ามาคิดแทนมนุษย์ ส่งผลให้ผลกระทบจาก Skills Mismatch ขยายวงกว้างใน 3 ระดับ ได้แก่ ความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ยังผูกติดกับอุตสาหกรรมดั้งเดิม การทำ Digital Transformation ขององค์กรที่ยังไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ก็ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI รวมถึงรูปแบบการทำงานในอนาคตที่จะมีความยืดหยุ่นสูงมากโดยคาดว่านักศึกษาที่จบการศึกษาในปีนี้จะต้องเปลี่ยนอาชีพถึง 7 อาชีพตลอดชีวิตการทำงาน
ปัญหาคลาสสิกที่ผ่านมาคือการเรียนรู้มักเน้นการป้อนข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ แต่ความรู้กับทักษะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเรียนรู้ให้ความรู้ แต่วิชาชีพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนำความรู้นั้นไปลงมือปฏิบัติจริงในหน้างาน Conicle Skills จึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้ โดยมุ่งเน้นกระบวนการที่ทำให้ผู้เรียนสามารถนำความไปใช้จนเกิดเป็นทักษะที่ใช้งานได้จริงตลอดกระบวนความ
"Knowledge กับ Skills ไม่เหมือนกัน การเรียนรู้ทำให้เราได้ความรู้ แต่ Skills ต้องเกิดจากการเอาความรู้นั้นไปลงมือทำในงานจริง ๆ"
นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ
แพลตฟอร์มดังกล่าวแบ่งการทำงานออกเป็นโครงสร้างทักษะ หรือ Skills Framework ที่รวบรวมทักษะย่อยมากกว่า 280 ทักษะ ครอบคลุม 7 หมวดหลัก พร้อมหลักสูตรคุณภาพมากกว่า 5,000 รายการ โดยมี AI ทำหน้าที่วิเคราะห์ตำแหน่งงานและจับคู่หลักสูตรให้แบบเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งมี AI Companion คอยชวนทำแบบทดสอบและทบทวนความเข้าใจ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ การแก้ปัญหา Skills Mismatch ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดหาคอร์สเรียนออนไลน์ให้พนักงานกดดู แต่ต้องเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) พร้อมกับวัดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ว่าทักษะที่เพิ่มขึ้นนั้นช่วยยกระดับผลงานทางธุรกิจได้จริงหรือไม่ ซึ่งระบบการประเมินแบบผสมผสานระหว่าง AI และหัวหน้างานถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงในองค์กรยุคใหม่
นอกจากนี้ยังมีระบบสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลและผู้บริหารอย่าง Conicle People, ฟีเจอร์ Ask ซึ่งเป็น AI Agent ที่ตอบคำถามจากฐานข้อมูลภายในองค์กรได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล รวมถึงฟีเจอร์ Grow ที่ช่วยยกระดับแผนการพัฒนารายบุคคล และ Conicle Analytics สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้เห็นภาพรวมความพร้อมของบุคลากรทั้งองค์กร
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น