วรศิษฎ์ แจง ป.ป.ช. ส่งฟ้องคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ยันคดีไม่จบ
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ระบุ ป.ป.ช. ส่งฟ้องผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน 3 ราย เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นคนต้องรวบรวมหลักฐาน เมื่อ 9 ต.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายวรศิษฎ์ชี้ ป.ป.ช. ส่งฟ้องผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทันตามกำหนดฝากขัง
- เหตุผลหลักมาจากมีผู้เกี่ยวข้องในคดีจำนวนมากถึงหลักหมื่นคนต้องรวบรวมพยานหลักฐาน
- ย้ำชัดการส่งฟ้องไม่ทันไม่ได้แปลว่าคดีสิ้นสุดลง ยืนยันกระทรวงมหาดไทยทำงานเต็มที่
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้ทำการปล่อยตัวผู้ต้องหาจำนวน 3 รายในคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่สามารถส่งฟ้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลาการฝากขัง
นายวรศิษฎ์ระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่ในแง่ของข้อกฎหมายนั้นมีข้อจำกัดเรื่องเกณฑ์การฝากขังว่าสามารถดำเนินการได้กี่ผลัด ขณะเดียวกัน ปมปัญหาสำคัญของคดีนี้คือปริมาณของผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีจำนวนมากถึงระดับหลายพันหรือนับหมื่นคน ทำให้ทาง ป.ป.ช. จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะมีคำสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้กล่าวย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมด้วยว่า การที่ ป.ป.ช. ไม่สามารถส่งฟ้องได้ทันในรอบนี้ ไม่ได้หมายความว่ารูปคดีได้สิ้นสุดลงแต่อย่างใด ทันทีที่ทาง ป.ป.ช. สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนครบถ้วนและทำการส่งฟ้องได้สำเร็จ กระบวนการทางกฎหมายของคดีนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปตามกระบวนการปกติ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความล่าช้านั้น ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงในส่วนนั้น
การดำเนินคดีทุจริตสอบท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้สมัครสอบจำนวนมหาศาล ความซับซ้อนของการเส้นทางการเงินและการทุจริตเป็นระบบทำให้องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ต้องเผชิญความท้าทายด้านกรอบเวลาการควบคุมตัวตามกฎหมาย ซึ่งมักสวนทางกับปริมาณเอกสารและพยานปากต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายในชั้นศาล
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมถึงความกังวลว่าระยะเวลาที่ทอดยาวออกไปอาจทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานทำได้ยากขึ้นหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า ประเด็นดังกล่าวต้องสอบถามทาง ป.ป.ช. โดยตรง เนื่องจากเป็นหน่วยงานหลักที่มีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน และกระทรวงมหาดไทยพร้อมเคารพการทำงานโดยไม่ก้าวล่วงองค์กรอิสระ นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องผู้ต้องหาอาจฉวยโอกาสหลบหนีออกนอกประเทศเหมือนกับคดีอื้อฉาวในอดีต นายวรศิษฎ์ยังไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น