Everton: กลุ่ม The Friedkin เตรียมขายสโมสรหลังเทคโอเวอร์ 2 ปี
The Friedkin Group (TFG) ประกาศพิจารณาขายหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสรฟุตบอล Everton หลังจากเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่ากว่า 400 ล้านปอนด์เมื่อปี 2024 พร้อมชูผลงานสร้างเสถียรภาพการเงินและสนามใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- The Friedkin Group (TFG) กำลังพิจารณาขายหุ้นควบคุมของสโมสร Everton หลังเข้าซื้อกิจการในปี 2024
- ข้อตกลงเทคโอเวอร์เดิมมีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านปอนด์เพื่อกู้วิกฤตทางการเงิน
- แฟนบอลไม่พอใจกรณีความพยายามขายดาวรุ่ง Harrison Armstrong และการปล่อยตัวผู้เล่นสำคัญ
- TFG ยืนยันจะเลือกผู้ซื้อรายใหม่ที่เหมาะสมเพื่อดูแลสโมสรต่อไป
กลุ่มทุนอเมริกัน The Friedkin Group (TFG) ภายใต้การนำของประธาน Dan Friedkin กำลังพิจารณาทางเลือกในการลงทุนครั้งใหม่สำหรับสโมสรฟุตบอล Everton รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสร หลังจากเข้ามาควบคุมกิจการยังไม่ถึงระยะเวลาสองปีเต็ม โดยการเทคโอเวอร์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2024 ในดีลที่มีมูลค่าประเมินว่าสูงกว่า 400 ล้านปอนด์ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนทางการเงินทั้งในและนอกสนาม พร้อมผลักดันสนามแข่งขันแห่งใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อแฟนบอล
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการบริหารงานภายใต้ TFG กลับต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มแฟนบอล โดยเฉพาะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นเมื่อมีกระแสข่าวว่าสโมสรเกือบจะตอบรับข้อเสนอวงเงิน 40 ล้านปอนด์จาก Nottingham Forest เพื่อปล่อยตัว Harrison Armstrong กองกลางดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี แม้ว่าสุดท้ายดีลดังกล่าวจะถูกยกเลิกไป แต่แฟนบอลก็ยังคงแสดงความไม่พอใจต่อเนื่องจากการขาย Beto ไปให้กับ Fiorentina รวมถึงการปล่อย Iliman Ndiaye ไปให้ Manchester City ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ผู้จัดการทีม David Moyes เหลือผู้เล่นกองหน้าธรรมชาติในทีมชุดใหญ่เพียงคนเดียวคือ Thierno Barry กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 23 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากประเด็นเรื่องการซื้อขายผู้เล่นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับแฟนบอลและทีมงานก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปราะบาง โดยในเดือนกันยายน David Moyes เปิดเผยว่าเขาไม่เคยพบหรือพูดคุยกับ Dan Friedkin เลยนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในเดือนมกราคม 2025 ทั้งที่ Friedkin อาศัยอยู่ที่เมืองฮิวสตัน และปล่อยให้ลูกเขยอย่าง Rishi Majithia ทำหน้าที่บริหารงานประจำร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Angus Kinnear สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลมองว่า TFG เป็นเจ้าของสโมสรที่ละเลยการมีส่วนร่วม เปรียบเทียบกับการบริหารทีม AS Roma ในอิตาลีซึ่งเป็นอีกหนึ่งสโมสรในเครือที่ดูมีความกระตือรือร้นมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"The Friedkin Group is exploring new investment options for Everton Football Club, including the potential sale of a controlling interest."
The Friedkin Group (TFG)
การตัดสินใจประกาศขายสโมสรของ TFG สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากกลุ่มแฟนบอลและความท้าทายในการบริหารทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกที่ต้องรักษาสสมดุลระหว่างวินัยทางการเงินและความทะเยอทะยานในการแข่งขัน แม้ว่า TFG จะประสบความสำเร็จในการวางรากฐานทางการเงินที่มั่นคงและช่วยให้สโมสรย้ายเข้าสู่สนามแห่งใหม่ได้ แต่ความตึงเครียดจากตลาดซื้อขายและการขาดการมีส่วนร่วมโดยตรงจากเจ้าของทีมกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เส้นทางของพวกเขากับ Everton เดินมาถึงจุดที่ต้องทบทวนอนาคตใหม่อีกครั้ง
ทางด้าน TFG ระบุเพิ่มเติมว่าพวกเขาจะพิจารณาข้อเสนอจากกลุ่มทุนที่เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาเป็นผู้ดูแลสโมสรที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อน Everton ไปข้างหน้าในอนาคต ขณะที่ในมุมมองของผู้สื่อข่าวและแฟนบอล แม้การเข้ามาของ TFG จะช่วยพาสโมสรหลุดพ้นจากวิกฤตการเงินและมีสนามแข่งขันที่สร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้ แต่ช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของพวกเขาก็ถูกมองว่าค่อนข้างไร้สีสันและเต็มไปด้วยความปั่นป่วนในช่วงท้าย
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น