ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Everton: กลุ่ม The Friedkin เตรียมขายสโมสรหลังเทคโอเวอร์ 2 ปี

The Friedkin Group (TFG) ประกาศพิจารณาขายหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสรฟุตบอล Everton หลังจากเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่ากว่า 400 ล้านปอนด์เมื่อปี 2024 พร้อมชูผลงานสร้างเสถียรภาพการเงินและสนามใหม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Oct 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Everton: กลุ่ม The Friedkin เตรียมขายสโมสรหลังเทคโอเวอร์ 2 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • The Friedkin Group (TFG) กำลังพิจารณาขายหุ้นควบคุมของสโมสร Everton หลังเข้าซื้อกิจการในปี 2024
  • ข้อตกลงเทคโอเวอร์เดิมมีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านปอนด์เพื่อกู้วิกฤตทางการเงิน
  • แฟนบอลไม่พอใจกรณีความพยายามขายดาวรุ่ง Harrison Armstrong และการปล่อยตัวผู้เล่นสำคัญ
  • TFG ยืนยันจะเลือกผู้ซื้อรายใหม่ที่เหมาะสมเพื่อดูแลสโมสรต่อไป

กลุ่มทุนอเมริกัน The Friedkin Group (TFG) ภายใต้การนำของประธาน Dan Friedkin กำลังพิจารณาทางเลือกในการลงทุนครั้งใหม่สำหรับสโมสรฟุตบอล Everton รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสร หลังจากเข้ามาควบคุมกิจการยังไม่ถึงระยะเวลาสองปีเต็ม โดยการเทคโอเวอร์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2024 ในดีลที่มีมูลค่าประเมินว่าสูงกว่า 400 ล้านปอนด์ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนทางการเงินทั้งในและนอกสนาม พร้อมผลักดันสนามแข่งขันแห่งใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อแฟนบอล

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการบริหารงานภายใต้ TFG กลับต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มแฟนบอล โดยเฉพาะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นเมื่อมีกระแสข่าวว่าสโมสรเกือบจะตอบรับข้อเสนอวงเงิน 40 ล้านปอนด์จาก Nottingham Forest เพื่อปล่อยตัว Harrison Armstrong กองกลางดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี แม้ว่าสุดท้ายดีลดังกล่าวจะถูกยกเลิกไป แต่แฟนบอลก็ยังคงแสดงความไม่พอใจต่อเนื่องจากการขาย Beto ไปให้กับ Fiorentina รวมถึงการปล่อย Iliman Ndiaye ไปให้ Manchester City ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ผู้จัดการทีม David Moyes เหลือผู้เล่นกองหน้าธรรมชาติในทีมชุดใหญ่เพียงคนเดียวคือ Thierno Barry กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 23 ปี

£400m+มูลค่าดีลเทคโอเวอร์ Everton ปี 2024
£65mค่าตัว Iliman Ndiaye ย้ายไป Man City
business conference seminar room presentation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากประเด็นเรื่องการซื้อขายผู้เล่นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับแฟนบอลและทีมงานก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปราะบาง โดยในเดือนกันยายน David Moyes เปิดเผยว่าเขาไม่เคยพบหรือพูดคุยกับ Dan Friedkin เลยนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในเดือนมกราคม 2025 ทั้งที่ Friedkin อาศัยอยู่ที่เมืองฮิวสตัน และปล่อยให้ลูกเขยอย่าง Rishi Majithia ทำหน้าที่บริหารงานประจำร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Angus Kinnear สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลมองว่า TFG เป็นเจ้าของสโมสรที่ละเลยการมีส่วนร่วม เปรียบเทียบกับการบริหารทีม AS Roma ในอิตาลีซึ่งเป็นอีกหนึ่งสโมสรในเครือที่ดูมีความกระตือรือร้นมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"The Friedkin Group is exploring new investment options for Everton Football Club, including the potential sale of a controlling interest."

The Friedkin Group (TFG)

การตัดสินใจประกาศขายสโมสรของ TFG สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากกลุ่มแฟนบอลและความท้าทายในการบริหารทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกที่ต้องรักษาสสมดุลระหว่างวินัยทางการเงินและความทะเยอทะยานในการแข่งขัน แม้ว่า TFG จะประสบความสำเร็จในการวางรากฐานทางการเงินที่มั่นคงและช่วยให้สโมสรย้ายเข้าสู่สนามแห่งใหม่ได้ แต่ความตึงเครียดจากตลาดซื้อขายและการขาดการมีส่วนร่วมโดยตรงจากเจ้าของทีมกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เส้นทางของพวกเขากับ Everton เดินมาถึงจุดที่ต้องทบทวนอนาคตใหม่อีกครั้ง

ทางด้าน TFG ระบุเพิ่มเติมว่าพวกเขาจะพิจารณาข้อเสนอจากกลุ่มทุนที่เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาเป็นผู้ดูแลสโมสรที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อน Everton ไปข้างหน้าในอนาคต ขณะที่ในมุมมองของผู้สื่อข่าวและแฟนบอล แม้การเข้ามาของ TFG จะช่วยพาสโมสรหลุดพ้นจากวิกฤตการเงินและมีสนามแข่งขันที่สร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้ แต่ช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของพวกเขาก็ถูกมองว่าค่อนข้างไร้สีสันและเต็มไปด้วยความปั่นป่วนในช่วงท้าย

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้