ภาษี AI: ถกเดือดโมเดลการเงินรับมือปัญญาประดิษฐ์
เจาะลึกข้อเสนอภาษี AI จาก Anthropic และ Bill Gates ก่อนการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ พร้อมมุมมองภาษีในไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วงการเศรษฐกิจโลกกำลังถกเถียงเรื่องการเก็บภาษี AI เพื่อชดเชยรายได้ภาษีแรงงานที่อาจหดหาย
- ข้อเสนอมีตั้งแต่ภาษีโทเคน ภาษีหุ่นยนต์ ภาษีพลังงาน ไปจนถึงกองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ
- IMF และสถาบันวิจัยเตือนว่าการเก็บภาษีพิเศษอาจฉุดรั้งการเติบโตและการลงทุนด้านเทคโนโลยี
- ประเทศไทยเริ่มจัดเก็บ VAT 7% จากผู้ให้บริการดิจิทัลต่างประเทศและใช้กฎหมายภาษีขั้นต่ำทั่วโลกแล้ว
ทุกเดือนที่เรากดจ่ายค่าสมาชิกแอป AI ในบิลนั้นจะมีภาษีรวมอยู่ด้วย โดยกฎหมายไทยกำหนดให้ผู้ให้บริการดิจิทัลจากต่างประเทศที่เข้าเกณฑ์ต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% จากผู้ใช้ในไทยมาตั้งแต่ปี 2564 แต่โจทย์ที่วงการเศรษฐกิจโลกกำลังถกกันไปไกลกว่านั้น เมื่อ AI เริ่มทำงานแทนคนได้มากขึ้น คำถามจึงขยับจากภาษีค่าบริการ มาเป็นคำถามว่า AI ควรมีภาษีเป็นของตัวเองหรือไม่ โดยผู้ที่เปิดประเด็นนี้เสียงดังที่สุดคือคนในวงการเทค ทั้งซีอีโอ Anthropic และ Bill Gates
จังหวะของคำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากกรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางของโลกการเงิน โดยรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจาก 191 ประเทศ จะเดินทางมาร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ ในงานที่ถูกขนานนามว่าโอลิมปิกของโลกการเงิน
จุดตั้งต้นของข้อถกเถียงอยู่ที่โครงสร้างภาษีซึ่งผูกอยู่กับค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคม เมื่อ AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้น ฐานภาษีส่วนนี้จึงเสี่ยงหดตัว ขณะที่กำไรไปกระจุกตัวอยู่กับบริษัทไม่กี่แห่ง เอกสารเชิงนโยบายของ IMF เมื่อปี 2567 เตือนว่าสัดส่วนรายได้ของแรงงานอาจลดลง และบริษัทที่ครองตลาดอาจเก็บกำไรจากการผูกขาดได้มากขึ้น ด้าน OpenAI เผยแพร่เอกสารนโยบายในเดือนเมษายน เตือนว่ารายได้จากภาษีเงินเดือนที่ใช้เลี้ยงระบบสวัสดิการสหรัฐฯ กำลังเสี่ยงหายไป พร้อมเสนอให้ศึกษาภาษีแรงงานอัตโนมัติ
การถกเรื่องภาษี AI สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เมื่อทุนทางปัญญาเริ่มเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์อย่างรวดเร็ว รัฐบาลทั่วโลกจึงต้องทบทวนโครงสร้างการจัดเก็บรายได้ใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้รัฐสูญเสียความสามารถในการดูแลสวัสดิการสังคม ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้มาตรการภาษีกลายเป็นกำแพงขัดขวางนวัตกรรม
ข้อเสนอเรื่องภาษี AI สามารถแบ่งออกเป็น 4 แนวทางหลักตามจุดที่เก็บในห่วงโซ่ ได้แก่ ภาษีโทเคน (Token Tax) ตามปริมาณการใช้งานจริง ซึ่ง Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เคยเสนอหักราว 3% จากรายได้ต่อการใช้โมเดล และ Greg Casar สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เสนอให้เก็บภาษีจากผู้พัฒนา AI โดยปรับอัตราขึ้นตามอัตราว่างงาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แนวทางที่สองคือภาษีหุ่นยนต์ ซึ่ง Bill Gates เสนอมาตั้งแต่ปี 2560 และยืนยันในบทความยาว 6,000 คำเมื่อเดือนสิงหาคมว่า บริษัทที่ใช้ AI หรือหุ่นยนต์แทนคนควรจ่ายภาษีเงินเดือนแบบเดียวกับการจ้างมนุษย์ โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนในระบบอัตโนมัติไปแล้ว
"แน่นอนว่ามันไม่ใช่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของผม"
Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic
แนวทางที่สามคือการเก็บภาษีที่ต้นทาง ได้แก่ ภาษีพลังงานและพลังประมวลผล โดยวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren เสนอเก็บค่าธรรมเนียมจากไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ใช้ ขณะที่ Anthropic หยิบยกแนวคิดภาษี Compute และการสร้างโทเคนจากนักเศรษฐศาสตร์ University of Virginia มาศึกษา แนวทางสุดท้ายคือการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ให้ประชาชนได้ส่วนแบ่งจากความมั่งคั่งที่ AI สร้างขึ้น
ในฝั่งของผู้ที่ไม่เห็นด้วย IMF ระบุในเอกสารเชิงนโยบายปี 2567 ว่าไม่แนะนำให้เก็บภาษีพิเศษจาก AI เพื่อชะลอการลงทุน เนื่องจากทำได้ยากและฉุดการเติบโต แต่เสนอให้เพิ่มภาษีรายได้จากทุนและใช้ภาษีขั้นต่ำทั่วโลกแทน นอกจากนี้ สถาบันวิจัยหลายแห่งยังกังวลเรื่องปัญหาเชิงปฏิบัติและบทเรียนจากเกาหลีใต้ ซึ่งงานวิจัยพบว่าอุตสาหกรรมที่ถูกลดสิทธิประโยชน์มีการติดตั้งหุ่นยนต์ลดลง 28%
สำหรับประเทศไทย ปัญหาภาษีค่าสมาชิก AI มีคำตอบจากข้อกำหนด VAT 7% สำหรับผู้ให้บริการต่างประเทศที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ส่วนภาษีกำไรบริษัทเทคข้ามชาติ ไทยได้บังคับใช้พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ตามหลักภาษีขั้นต่ำทั่วโลกแล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 กับบริษัทที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไป ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังคงให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์เพื่อดึงดูดการลงทุน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น