ข้ามไปเนื้อหาหลัก

AlphaProof Nexus: AI ของ DeepMind ไขโจทย์ Erdős 56 ปี

Google DeepMind เปิดตัว AlphaProof Nexus เฟรมเวิร์กจับคู่ Gemini 3.1 Pro กับภาษา Lean แก้โจทย์คณิตศาสตร์ Erdős อายุ 56 ปีสำเร็จด้วยต้นทุนต่ำ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
AlphaProof Nexus: AI ของ DeepMind ไขโจทย์ Erdős 56 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • DeepMind เปิดตัว AlphaProof Nexus จับคู่ Gemini 3.1 Pro กับภาษา Lean
  • ไขโจทย์คณิตศาสตร์ Erdős อายุ 56 ปีสำเร็จ 2 ข้อจากทั้งหมด 9 ข้อที่แก้ได้
  • ทุกบทพิสูจน์ผ่านการตรวจสอบตรรกะด้วยคอมไพเลอร์โดยไม่ต้องพึ่งความเชื่อใจ
  • ใช้ต้นทุนประมวลผลเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ต่อโจทย์หรือราว 60 ดอลลาร์ต่อ TPU

ปัญหาคณิตศาสตร์ที่นักคณิตศาสตร์ชาวฮังการี Paul Erdős ทิ้งไว้และรอคอยคำตอบมานานถึง 56 ปี ถูกปิดลงได้ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ค่าประมวลผลเพียงหลักร้อยดอลลาร์ต่อโจทย์ จุดสำคัญของความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่ตัวคำตอบ แต่ทุกขั้นตอนของบทพิสูจน์ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ตัดความกังวลเรื่องการกุข้อมูลของ AI ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง

Google DeepMind เผยแพร่งานวิจัยในหัวข้อ Advancing Mathematics Research with AI-Driven Formal Proof Search บนแพลตฟอร์ม arXiv เพื่อแนะนำ AlphaProof Nexus เฟรมเวิร์กที่ผสานการทำงานระหว่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Gemini 3.1 Pro และภาษา Lean สำหรับเขียนบทพิสูจน์คณิตศาสตร์ที่คอมพิวเตอร์ตรวจสอบตรรกะได้ ผลลัพธ์คือระบบสามารถแก้โจทย์ Erdős ที่ยังเปิดอยู่ได้ 9 จาก 353 ข้อ พิสูจน์ข้อความคาดการณ์จากฐานข้อมูล Online Encyclopedia of Integer Sequences (OEIS) ได้ 44 จาก 492 ข้อ พร้อมทั้งปิดคำถามสาขาเรขาคณิตเชิงพีชคณิตที่ค้างมานานกว่า 15 ปี

56ปีที่โจทย์ Erdős รอคำตอบ
9/353โจทย์ Erdős ที่ระบบแก้ได้
44ข้อความคาดการณ์ OEIS ที่พิสูจน์แล้ว

อุปสรรคสำคัญในการใช้โมเดลภาษาทำงานวิจัยคณิตศาสตร์คือความน่าเชื่อถือ เนื่องจากบทพิสูจน์ในภาษาธรรมชาติมักมีจุดผิดพลาดเล็กๆ ซ่อนอยู่ ทีม DeepMind จึงแก้ไขด้วยการบังคับให้ AI เขียนบทพิสูจน์แบบเป็นทางการในภาษา Lean เสมือนการเขียนโค้ดโปรแกรม เพื่อให้คอมไพเลอร์ตรวจตรรกะทีละบรรทัด หากพบข้อผิดพลาด ระบบจะนำข้อความแจ้งเตือนป้อนกลับให้ AI แก้ไขในรอบถัดไปทันที

advanced computer code programming screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

กระบวนการทำงานของ AlphaProof Nexus เริ่มต้นจากการป้อนโครงบทพิสูจน์ในภาษา Lean ที่เว้นว่างไว้ให้นักวิจัย จากนั้นให้ AI Agent เติมช่องว่างเหล่านั้นจนครบ โดยมีการทดลองโครงสร้าง Agent ทั้งหมด 4 รูปแบบ ตั้งแต่แบบพื้นฐานที่รัน Gemini 3.1 Pro หลายตัวแยกอิสระ แบบที่สองที่ผสานระบบ AlphaProof ที่ผ่านการฝึกด้วย Reinforcement Learning แบบที่สามที่เพิ่มกลไกวิวัฒนาการจัดอันดับด้วยระบบ Elo และแบบสุดท้ายคือ Agent ครบเครื่องที่รวมทุกกลไกเข้าไว้ด้วยกันซึ่งถูกนำมาใช้ลุยโจทย์ปลายเปิดจริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"จากระบบเฉพาะทางที่ต้องฝึกพิเศษ ไปสู่วงจร Agent ที่เรียบง่าย"

ทีมวิจัย Google DeepMind

การนำภาษา Lean มาใช้ร่วมกับ LLM ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนผ่านจากการให้ AI แค่คาดเดาคำตอบ มาเป็นการตรวจสอบตรรกะเชิงสัญญะอย่างเข้มงวด การที่คอมไพเลอร์สามารถชี้จุดผิดพลาดและส่งฟีดแบ็กกลับไปยัง AI ได้โดยตรง ช่วยแก้จุดอ่อนเรื่องการกุข้อมูลหรือ Halucination ที่มักพบในโมเดลภาษาทั่วไป ทำให้วงการวิจัยคณิตศาสตร์สามารถเชื่อมั่นในผลลัพธ์ระดับทฤษฎีได้มากขึ้น

ชุดโจทย์ Erdős ที่นำมาทดสอบมาจากคลังข้อความคาดการณ์บนเว็บไซต์ ErdosProblems.com โดยโจทย์หมายเลข 125 ซึ่งเปิดค้างไว้ตั้งแต่ปี 1996 เกี่ยวข้องกับผลบวกของเซตจำนวนฐานสามและฐานสี่ ถูกระบบพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถกินพื้นที่ในเส้นจำนวนมากกว่าศูนย์ได้ ด้านต้นทุนการประมวลผลใช้เวลาบนชิป TPU ประมาณ 27.5 ชั่วโมงต่อโจทย์ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 60 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้