ทดสอบเครื่องมือ SynthID Detector ของ Google
David Nield จาก Lifehacker ทดสอบเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ของ Google ฟรีผ่านเว็บ พบว่าสามารถจับลายน้ำ SynthID ได้แม่นยำแม้ผ่านการปรับแต่ง แต่ยังมีจุดที่หลบเลี่ยงได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Google เปิดตัวเว็บตรวจจับ SynthID ฟรีสำหรับตรวจสอบไฟล์ภาพ เสียง และวิดีโอ
- ระบบสามารถจับภาพจาก Gemini และ ChatGPT ได้แม้ผ่านการครอปหรือใส่ฟิลเตอร์
- การเซ็นเซอร์พิกเซลจัดหนักหรือภาพผสม AI 25% สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้
- ผู้ใช้มีโควต้าตรวจสอบจำกัดประมาณ 10 ไฟล์ต่อประเภทสื่อในแต่ละวัน
เดวิด นีลด์ (David Nield) นักข่าวสายเทคโนโลยีจากเมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ได้ทำการทดสอบเครื่องมือ SynthID Detector ตัวใหม่ล่าสุดจาก Google ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบว่าระบบนี้มีความแม่นยำแค่ไหนในการตรวจจับไฟล์สื่อที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์
ในปัจจุบัน เครื่องมือสร้างภาพจาก AI อย่าง Gemini และ ChatGPT จะฝังลายน้ำที่มองไม่เห็นที่เรียกว่า SynthID ลงในไฟล์ เพื่อระบุแหล่งที่มาโดยไม่ต้องพึ่งพาป้ายกำกับที่มองเห็นได้ชัดเจน การเปิดตัวพอร์ทัลออนไลน์ตัวใหม่นี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปที่มีบัญชี Google สามารถอัปโหลดไฟล์เข้ามาตรวจสอบได้ทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เครื่องมือนี้รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ JPG, JPEG, PNG, BMP, WEBP, AVIF, HEIC, HEIF, TIFF, TIF และ GIF สำหรับรูปภาพ รวมถึงไฟล์วิดีโอและเสียงในหลายตระกูล โดยมาตรฐาน SynthID นี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Nvidia, OpenAI, Kakao และ Google เอง
จากการทดสอบเริ่มต้น นีลด์พบว่าระบบสามารถตรวจจับภาพที่สร้างจาก Gemini และ ChatGPT ที่ดาวน์โหลดมาตรงๆ ได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที และยังบอกได้ด้วยว่าเครื่องมือใดเป็นผู้สร้างภาพนั้นขึ้นมา นอกจากนี้ เมื่อทดสอบกับภาพถ่ายจริง ระบบก็ยืนยันว่าไม่มีลายน้ำ SynthID ปรากฏอยู่
"I started with some easy tests. The detector correctly spotted that images created in Gemini and ChatGPT, and downloaded directly to disk, were indeed fake."
David Nield
ความน่าสนใจอยู่ที่การทดสอบความทนทานของลายน้ำ นีลด์ลองแคปเจอร์หน้าจอภาพ AI นำไปใส่ฟิลเตอร์ภาพสีน้ำใน Photoshop ปรับแต่งสีสันความคอนทราสต์ รวมถึงการครอปและนำภาพจาก Gemini กับ ChatGPT มาผสมเข้าด้วยกัน ซึ่งระบบของ Google ก็ยังคงสามารถตรวจจับลายน้ำ SynthID ได้ทั้งหมด แสดงว่าลายน้ำนี้ถูกฝังลึกอยู่ในพิกเซลของภาพ ไม่ใช่แค่ส่วนเมทาดาต้า
การที่ลายน้ำถูกฝังอยู่ในระดับพิกเซลและองค์ประกอบความถี่ (สำหรับเสียง) ทำให้การแก้ไขพื้นผิวทั่วไปไม่สามารถลบมันออกได้ง่ายๆ แต่มันก็แลกมากับการที่ระบบต้องใช้ข้อมูลปริมาณมากพอสมควร หากไฟล์ถูกลดทอนคุณภาพหรือมีสัดส่วนของ AI น้อยเกินไป ตัวตรวจจับก็ย่อมทำงานได้ยากขึ้นตามหลักการวิเคราะห์ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม นีลด์ก็พบวิธีที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้สำเร็จ สองครั้งด้วยกันคือเมื่อเขาทำให้ภาพแตกเป็นพิกเซลอย่างหนักหน่วงจนรายละเอียดเสียหาย และอีกครั้งเมื่อสร้างภาพผสมที่ประกอบด้วยภาพจริง 75% และภาพจาก AI เพียง 25% ซึ่งทำให้ข้อมูลลายน้ำมีน้อยเกินกว่าที่ระบบจะตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น