นายกฯ จี้ กสทช. แจงปมไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาคดีหมอสรณ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งหนังสือด่วนลงวันที่ 9 ต.ค. 2569 จี้เลขาธิการ กสทช. ชี้แจงเหตุผล หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาคดีหมอสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เมื่อ 25 ก.ย. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งหนังสือเลขที่ ส408/12973 ถึงเลขาธิการ กสทช.
- จี้ให้ชี้แจงด่วนปมไม่ดำเนินตามคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีหมอสรณ
- ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ 1455/2569 คดีหมายเลขแดง 1590/2569 เมื่อ 25 ก.ย. 2569
- ปมขัดแย้งเรื่องการวินิจฉัยขาดคุณสมบัติและสละสิทธิในตำแหน่ง กสทช.
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการส่งหนังสือราชการด่วนที่สุด เพื่อกดดันให้สำนักงาน กสทช. ออกมาอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง กรณีข้อพิพาทของนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของไทยในขณะนี้
รายงานข่าวระบุว่า หนังสือฉบับดังกล่าวใช้เลขที่ ส408/12973 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ส่งตรงถึงเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญในการขอให้ทางสำนักงาน กสทช. เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ยังคงค้างคาและไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ศาลได้วินิจฉัยไว้
ประเด็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและองค์กรอิสระอย่าง กสทช. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งมีผลผูกพันตามกฎหมาย การที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต้องยื่นหนังสือจี้ถามโดยตรง แสดงถึงความกดดันทางการเมืองและข้อกฎหมายที่องค์กรอิสระต้องเร่งแสดงความโปร่งใสเพื่อมิให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในระบบธรรมาภิบาล
มูลเหตุของเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาออกมาอย่างเป็นทางการ ในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 และคดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ระหว่าง นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดี กับทางคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี
โดยข้อพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่คณะกรรมการสรรหาได้มีมติวินิจฉัยว่า นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติในมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 พร้อมทั้งถูกวินิจฉัยให้ถือว่าเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน จนนำไปสู่การฟ้องร้องกันในเวลาต่อมา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น