Andy Burnham สัญญาเตรียมจำกัดสัญญาห้ามแข่งขันในอังกฤษ
นายกรัฐมนตรี Andy Burnham เตรียมผลักดันกฎหมายจำกัดสัญญาห้ามแข่งขัน (non-compete) เพื่อหนุนภาคธุรกิจนวัตกรรม โดยจะเผยรายละเอียดในงบประมาณ 28 ตุลานี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Andy Burnham เตรียมจำกัดสัญญาห้ามแข่งขันเพื่อหนุนภาคธุรกิจนวัตกรรม
- ระบุข้อตกลงดังกล่าวล้ำเส้นและทำให้แรงงานขาดรายได้
- รัฐบาลเตรียมเปิดเผยรายละเอียดร่างกฎหมายพร้อมงบประมาณ 28 ตุลาคมนี้
- ตั้งเป้าให้มาตรการนี้ทรงพลังเทียบเท่าคดี Bosman ของวงการฟุตบอล
Andy Burnham นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศความตั้งใจที่จะจำกัดความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการควบคุมกิจกรรมของพนักงานหลังลาออกจากงาน โดยระบุว่าการใช้สัญญาห้ามแข่งขัน (non-compete clauses) ในสัญญาจ้างงานนั้นได้ก้าวล้ำเกินขอบเขตไปมากแล้ว และกำลังฉุดรั้งบริษัทนวัตกรรมในสหราชอาณาจักรไม่ให้เติบโตเต็มที่
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมธุรกิจที่เมืองแมนเชสเตอร์ ผู้นำรัฐบาลยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวทำให้แรงงานต้องเผชิญกับภาวะขาดรายได้หลังพ้นจากตำแหน่ง ทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บริษัทที่กำลังเติบโตไม่สามารถสรรหาบุคลากรใหม่เข้ามาทำงานได้อย่างคล่องตัว โดยรัฐบาลได้อ้างอิงงานวิจัยที่ประเมินว่ามีตำแหน่งงานในอังกฤษราว 5 ล้านตำแหน่งที่ถูกผูก 1 ด้วยข้อตกลงประเภทนี้ ซึ่งมักมีระยะเวลานานประมาณ 6 เดือน

ภาพโดย Jaime Lopes / Unsplash
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ Sir Keir Starmer ได้สำรวจแนวทางจำกัดสัญญาเหล่านี้มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมีตัวเลือกตั้งแต่การแบนแบบเบ็ดเสร็จ การแบนเฉพาะพนักงานที่มีเงินเดือนเกินเกณฑ์ที่กำหนด ไปจนถึงการจำกัดระยะเวลาบังคับใช้ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการพร้อมกับการแถลงงบประมาณในวันที่ 28 ตุลาคมนี้
"หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเราคือการก้าวข้ามเพดานของตัวเอง บ่อยครั้งที่ไอเดียที่ดีที่สุดของเราถูกพัฒนาและขยายสเกลในต่างประเทศ พร้อมกับตำแหน่งงาน เทคโนโลยี และเงินลงทุนที่ไหลออกไปตามด้วย"
Andy Burnham
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับโครงสร้างกฎหมายแรงงานของสหราชอาณาจักร โดยการเปรียบเทียบกับ 'คำตัดสิน Bosman' (Bosman ruling) ปี 1995 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งหวังที่จะสร้างแรงกระแทกเชิงโครงสร้างแบบพลิกโฉมหน้าวงการนวัตกรรม เหมือนที่กฎหมายฟุตบอลเคยเปลี่ยนตลาดการซื้อขายนักเตะยุโรปมาแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องบาลานซ์ระหว่างการคุ้มครองแรงงานกับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลภายในองค์กร
นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลยังส่งสัญญาณว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมทางด้านภาษีเพื่อจูงใจให้บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงเลือกปักหลักดำเนินกิจการต่อในสหราชอาณาจักร รวมถึงการใช้เงินลงทุนภาครัฐเพื่อดึงดูดเงินทุนภาคเอกชน โดยอโมเดลจากกองทุน Good Growth Fund ที่เคยใช้ในเมืองแมนเชสเตอร์สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น