ศาลอุทธรณ์อังกฤษกลับคำพิพากษาคดีปั่นดอกเบี้ย คริสเตียน บิตตาร์ อดีตเทรดเดอร์ ดอยช์แบงก์ พ้นผิด
คริสเตียน บิตตาร์ อดีตเทรดเดอร์ ดอยช์แบงก์ ที่เคยถูกจำคุกในปี 2018 พ้นผิดคดีปั่นอัตราดอกเบี้ย Euribor ตามรอยอดีตแบงก์เกอร์บาร์เคลย์ หลังต่อสู้คดีมายาวนาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศาลอุทธรณ์สหราชอาณาจักรกลับคำพิพากษาคดีปั่นอัตราดอกเบี้ย Euribor ของ คริสเตียน บิตตาร์ อดีตเทรดเดอร์ ดอยช์แบงก์
- บิตตาร์เคยถูกตัดสินจำคุกในปี 2018 และติดตามฟังคำพิพากษาผ่านวิดีโอลิงก์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการพ้นผิดของอดีตพนักงานแบงก์ Barclays อีก 5 รายเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ปัจจุบันจากเทรดเดอร์ 19 รายที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด เหลือเพียง ปีเตอร์ จอห์นสัน เพียงคนเดียวที่ยังติดค้างในกระบวนการทางกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์สหราชอาณาจักรมีคำสั่งกลับคำพิพากษาคดีของ คริสเตียน บิตตาร์ อดีตเทรดเดอร์ของ ดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) ผู้ซึ่งเคยถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในปี 2018 จากข้อหาบิดเบือนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง Euribor โดยบิตตาร์ซึ่งไม่ได้รับวีซ่าให้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรต้องติดตามการพิจารณาคดีผ่านทางวิดีโอลิงก์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่าตนเองรอคอยวันนี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว
คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ศาลอังกฤษชุดเดียวกันเพิ่งพลิกคำพิพากษา ยกฟ้องคดีปั่นอัตราดอกเบี้ยให้อดีตพนักงานธนาคารบาร์เคลย์ (Barclays) จำนวน 5 ราย ได้แก่ เจย์ เมอร์ชานต์, โจนาธาน แมทธิว, อเล็กซ์ พาบอน, โคลิน เบอร์มิงแฮม และฟิลิปป์ มูรูสเซฟ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากที่กลุ่มอดีตนายธนาคารเหล่านี้ต้องต่อสู้ทางกฎหมายมายยาวนานถึง 10 ปีเต็ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญทางกฎหมายนี้เกิดขึ้นภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกา (Supreme Court) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งวินิจฉัยว่าคำตัดสินในอดีตมีความคลาดเคลื่อน โดยในคดีแรกเมื่อปี 2015 ของ ทอม เฮย์ส อดีตเทรดเดอร์จากยูบีเอส (UBS) ผู้ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 14 ปี (และลดเหลือ 11 ปีในเวลาต่อมา) ผู้พิพากษา เจเรมี คุก ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายว่าความพยายามใดๆในการชี้นำอัตราดอกเบี้ยถือว่าผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ ซึ่งแนวทางนี้ถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีอีก 8 ครั้งต่อมา
การพลิกคำพิพากษาคดีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงทั้ง Libor และ Euribor สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบรรทัดฐานทางกฎหมายการเงินของสหราชอาณาจักร จากเดิมที่ศาลมองว่าการกระทำใดๆ เพื่อมีอิทธิพลต่อตัวเลขอัตราดอกเบี้ยในตลาดระหว่างธนาคารมีความผิดในตัวเอง ศาลฎีกากลับมองว่าประเด็นเจตนาและความผิดควรเป็นข้อเท็จจริงที่คณะลูกขุนต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่ผู้พิพากษาจะชี้ขาดลอยๆ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้คดีที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในยุควิกฤตการเงินปี 2008 ทยอยถูกลบล้าง และสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการดำเนินคดีในอดีตที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการหาแพรับบาปจากวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก
อย่างไรก็ตาม จากกลุ่มเทรดเดอร์และโบรกเกอร์ในย่านการเงินซิตี้แห่งลอนดอน (City of London) ทั้งหมด 37 รายที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาบิดเบือนอัตราดอกเบี้ย Libor และ Euribor ผ่านการพิจารณาคดี 9 ครั้งในลอนดอนและนิวยอร์ก ระหว่างปี 2015 ถึง 2019 ในปัจจุบันคดีความในสหรัฐอเมริกาถูกยกฟ้องไปทั้งหมดตั้งแต่ปี 2022 เนื่องจากศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ส่วนในฝั่งสหราชอาณาจักร จากเทรดเดอร์ 19 รายที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิด ตอนนี้ได้รับการยกฟ้องหรือพ้นผิดไปแล้วถึง 18 ราย
ในบรรดาอดีตเทรดเดอร์ทั้งหมดเวลานี้ เหลือเพียง ปีเตอร์ จอห์นสัน อดีตเทรดเดอร์จากบาร์เคลย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เปิดโปง (whistleblower) รายแรกๆ ในคดีปั่นดอกเบี้ย ที่ยังคงมีสถานะถูกตัดสินว่ามีความผิด เนื่องจากในเวลานั้นเขาตัดสินใจรับสารภาพตามคำแนะนำว่ามีโอกาสชนะคดีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ทางศาลยืนยันว่าจอห์นสันได้ยื่นเรื่องขออุทธรณ์คำพิพากษาของตนเองแล้วเช่นกัน
"ในที่สุด ความอยุติธรรมที่ผมและคนอื่นๆ ต้องเผชิญก็ได้รับการยอมรับเสียที ผมรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างผมตลอดช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้"
คริสเตียน บิตตาร์
สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ทนายความและนักการเมืองระดับสูงในอังกฤษ ออกมากดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) และกระทรวงการคลัง (Treasury) เปิดเผยบันทึกข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานรัฐในช่วงวิกฤตการเงิน ท่ามกลางข้อครหาว่าอาจมีความพยายามปกปิดบทบาทของธนาคารกลางและรัฐบาล โดย เดวิด เดวิส อดีตรัฐมนตรีเงาของพรรคอนุรักษ์นิยม ระบุว่าเทรดเดอร์เหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น