วิกฤตแรมแพงดัน DDR4 คืนชีพ! Intel และ AMD เตรียมออกซีพียูใหม่
ปัญหาแรมราคาพุ่งกระฉูดทำให้ Intel และ AMD หันมาปลุกชีพ DDR4 อีกครั้ง ด้วยการพัฒนาซีพียูและเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่รองรับหน่วยความจำรุ่นเก่า เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วิกฤตราคาแรมพุ่งสูงส่งผลให้ Intel และ AMD ตัดสินใจนำแรมรุ่นเก่าอย่าง DDR4 กลับมาสนับสนุนอีกครั้ง
- Gigabyte เผยเตรียมวางจำหน่ายซีพียูรุ่นใหม่บนซ็อกเก็ต LGA 1700 ในช่วงต้นปี 2027 เพื่อรองรับ DDR4
- ราคาแรม DDR5 ขนาด 32GB พุ่งสูงถึง $620 ในขณะที่ชุดแรม DDR4 แบบเดียวกันมีราคาเพียง $260
ภาวะขัดข้องและราคาแรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก กำลังสร้างอุปสรรคครั้งใหญ่ให้กับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ต้องการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ผู้ผลิตชิปประมวลผลรายใหญ่จึงต้องปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญด้วยการหันกลับมาปัดฝุ่นเทคโนโลยีแรมรุ่นเก่าอย่าง DDR4 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง
ทางด้าน Intel และ AMD กำลังวางแผนพัฒนาหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานร่วมกับแรม ซ็อกเก็ต และชิปเซ็ตรุ่นเก่าได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปจากการเปลี่ยนไปใช้แรมมาตรฐานใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อ Gigabyte ประกาศว่าเมนบอร์ดสองไลน์อัปจะรองรับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวบนซ็อกเก็ต LGA 1700 ของ Intel ซึ่งเดิมทีซ็อกเก็ตนี้เคยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 พร้อมกับซีพียู Alder Lake Gen 12 และรองรับทั้ง DDR4 กับ DDR5 ก่อนที่ Intel จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ DDR5 เพียงอย่างเดียวในปี 2024 ทว่าล่าสุดชิป LGA 1700 ชุดใหม่มีกำหนดเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027 เพื่อนำฟีเจอร์รองรับแรมแบบคู่กลับคืนมาอีกครั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในฝั่งของ AMD ก็ดำเนินกลยุทธ์ในทิศทางที่สอดคล้องกัน โดยในเดือนสิงหาคม Gigabyte ได้เปิดตัวเมนบอร์ดซีรีส์ใหม่สำหรับแพลตฟอร์ม AM4 ซึ่งเป็นรุ่นเก่าที่รองรับ DDR4 ควบคู่ไปกับการเปิดตัวซีพียู Ryzen 7 5800X3D รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปีเช่นกัน
ความแตกต่างของราคาในตลาดปัจจุบันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์นี้เกิดขึ้น โดยจากการสำรวจราคาชุดแรมขนาด 32GB ของแบรนด์ Corsair พบว่าแรม DDR5 มีราคาสูงถึง $620 ในขณะที่ชุดแรม DDR4 ที่เทียบเท่ากันมีราคาเพียง $260 เท่านั้น แม้ว่าแรม DDR5 จะมีจุดเด่นในเรื่องความเร็วที่เหนือกว่าและการประหยัดพลังงานที่ดีกว่า แต่ส่วนต่างราคากว่าเท่าตัวนี้ทำให้ความคุ้มค่าเอียงมาทางฝั่งแรมรุ่นเก่าอย่างชัดเจน
การที่ค่ายผู้ผลิตซีพียูต้องหันกลับมามองสถาปัตยกรรมเก่าสะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตห่วงโซ่อุปทานและราคาหน่วยความจำในปัจจุบันรุนแรงเพียงใด แม้มาตรฐานใหม่อย่าง DDR5 จะทำความเร็วได้ดีกว่า แต่ต้นทุนการผลิตและความต้องการในตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ดึงเม็ดเงินและทรัพยากรไปจนทำให้ราคาฝั่งผู้บริโภคทั่วไปพุ่งสูงผิดปกติ การยื้ออายุตลาด DDR4 ออกไปจึงเป็นทางรอดที่ช่วยพยุงตลาดพีซีประกอบเองไม่ให้ซบเซาเกินไปในช่วงหลายปีข้างหน้านี้
สถานการณ์ราคาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในตลาดโลกคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ไปอีกนานหลายปี กว่าราคาจะปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติ การเลือกใช้งานฮาร์ดแวร์ที่ยังรองรับแรมรุ่นเดิมจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับผู้ใช้งานในเวลานี้
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น