อินเดียตั้งเป้าท่องเที่ยวปี 2047 ทะยานสู่ 100 ล้านคน
รัฐมนตรีท่องเที่ยวอินเดียประกาศเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 100 ล้านคนในปี 2047 ท่ามกลางสถานการณ์นักท่องเที่ยวปี 2025 ที่ลดลงเหลือ 9.2 ล้านคน และงบโปรโมตที่ถูกหั่น 97%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อินเดียตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 9.2 ล้านคนในปี 2025 สู่ 100 ล้านคนในปี 2047
- สถิตินักท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่อง 2 ปีติด และคาดว่าจะร่วงอีก 15-20% ในปี 2026 จากวิกฤตสงครามอิหร่าน
- รัฐบาลตัดงบส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศลง 97% เหลือราว 361,770 ดอลลาร์สหรัฐ
- ความท้าทายหลักคือการไม่มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและระบบวีซ่ายังคงมีความซับซ้อน
อินเดียประกาศแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระยะยาวในการประชุมสุดยอดสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council) ที่ประเทศมอลตา โดยนายกเจนทรา สิงห์ เชคาวัต (Gajendra Singh Shekhawat) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวอินเดีย ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตจาก 9.2 ล้านคน ไปสู่เป้าหมาย 100 ล้านคนภายในปี 2047 หรืออีกสองทศวรรษข้างหน้า
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวได้ระบุถึงหลัก 4 ประการ หรือ 4 Ps ได้แก่ เจตจำนงทางการเมือง (political will) การใช้จ่ายภาครัฐ (public spending) การเป็นหุ้นส่วน (partnership) และการมีส่วนร่วมของประชาชน (people's participation) อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่าวิสัยทัศน์นี้ยังขาดองค์ประกอบสำคัญอีกหนึ่งประการ นั่นคือแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมและถูกตีพิมพ์เผยแพร่อย่างชัดเจน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของอินเดียในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยในปี 2025 อินเดียมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพียง 9.2 ล้านคน ซึ่งลดลง 9.4% จากปี 2024 และยังต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2019 ที่เคยทำไว้ 10.9 ล้านคนอยู่ถึง 17% นับเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง และแนวโน้มในปี 2026 ก็ยังคงน่ากังวล
รายงานจากหอการค้า PHD (PHD Chamber of Commerce) ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าอาจดิ่งลงอีก 15 ถึง 20% ในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่ส่งผลให้เส้นทางบินระยะไกลต้องหยุดชะงัก นอกจากนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศบังกลาเทศยังดิ่งลงถึง 73% ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก
การตั้งเป้าหมายเติบโตไปถึง 100 ล้านคนภายในปี 2047 หมายความว่าอินเดียจะต้องรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีให้ได้ 12% เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 7.6% ระหว่างปี 1999 ถึง 2019 อย่างมาก ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน การบ้านชิ้นใหญ่ของอินเดียจึงไม่ใช่แค่การตั้งเป้าตัวเลข แต่เป็นการแก้ไขปัญหาอุปสรรคหน้างาน เช่น ระบบวีซ่าและการเปิดเส้นทางบินทางเลือก เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงของประเทศ
ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นคือ ในขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายเติบโตถึงสิบเท่า แต่อินเดียกลับตัดงบประมาณสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศลงถึง 97% เหลือเพียงประมาณ 361,770 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ส่งผลให้ภาระการโปรโมตประเทศถูกผลักไปให้สายการบินท้องถิ่นอย่าง อินดิโก (IndiGo) และแอร์อินเดีย (Air India) เข้ามามีบทบาทสำคัญแทน
"อินเดียจะก้าวจาก 9.2 ล้านคนไปสู่ 100 ล้านคนโดยอาศัยเจตจำนงทางการเมือง การใช้จ่ายภาครัฐ การเป็นหุ้นส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชน"
นายกเจนทรา สิงห์ เชคาวัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวอินเดีย
ในด้านความสะดวกในการเดินทาง รัฐมนตรีระบุว่ามีการใช้วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (e-visas) สำหรับพลเมืองจาก 177 ประเทศแล้ว แต่หน่วยงานวางแผนนโยบายของรัฐบาลอย่าง นิติ อาโยก (NITI Aayog) กลับรายงานว่ากระบวนการขอวีซ่ายังคงมีความซับซ้อนและกระจัดกระจาย มีปัญหาการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดทางเทคนิคบนเว็บไซต์
บทเรียนสำคัญสามารถมองได้จากกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยพลาดเป้าหมายนักท่องเที่ยว 10 ล้านคนในปี 2010 ก่อนจะเร่งเครื่องเติบโตได้สำเร็จหลังจากมีการผ่อนคลายวีซ่า เพิ่มขีดความสามารถของสนามบิน สนับสนุนสายการบินต้นทุนต่ำ และค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง จนสามารถกวาดนักท่องเที่ยวสูงถึง 42.7 ล้านคนในปี 2025 จากเป้าหมาย 60 ล้านคนในปี 2030
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น