ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Hyatt เผชิญแรงกดดันหุ้นร่วงกว่า 5% หลังเลื่อนเปิดโรงแรม พร้อมเร่งขยายตลาดโรงแรมระดับกลาง

ไฮแอทปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจำนวนห้องพักสุทธิเหลือประมาณ 6% พร้อมทุ่มวงเงินสินเชื่อสนับสนุนแบรนด์ Hyatt Studios เพื่อเร่งการพัฒนา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
31 Jul 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
Hyatt เผชิญแรงกดดันหุ้นร่วงกว่า 5% หลังเลื่อนเปิดโรงแรม พร้อมเร่งขยายตลาดโรงแรมระดับกลาง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Hyatt หนุนวงเงินสินเชื่อราว 500 ล้านดอลลาร์ร่วมกับ Hall Structured Finance เพื่อเร่งการสร้างแบรนด์ Hyatt Studios
  • หุ้น Hyatt ร่วงลงมากกว่า 5% หลังคาดว่าโรงแรมบางแห่งที่จะเปิดในไตรมาส 4 อาจต้องเลื่อนไปเป็นปี 2027
  • กลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญทางรายได้ โดย RevPAR ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 5.9% และค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มขึ้น 7.8%
  • บริษัทปรับลดคาดการณ์การเติบโตของห้องพักสุทธิเหลือราว 6% แต่ยังคงเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)

บริษัทโรงแรมยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน Hyatt กำลังเร่งเครื่องขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มโรงแรมระดับกลางอย่างเต็มตัว แม้ว่ารายได้และค่าธรรมเนียมหลักส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก โดยทางบริษัทได้หันมาสนับสนุนวงเงินสินเชื่อราว 500 ล้านดอลลาร์ร่วมกับ Hall Structured Finance เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการสร้างใหม่ภายใต้แบรนด์ Hyatt Studios ได้ง่ายขึ้น หลังจากที่การขยายตัวในตลาดนี้ต้องเผชิญกับความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางตลาด โดยราคาหุ้นของ Hyatt ดิ่งลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากที่ทางผู้บริหารออกมายอมรับว่า โรงแรมบางแห่งที่ตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการภายในไตรมาสที่ 4 นั้น มีแนวโน้มที่จะต้องเลื่อนกำหนดการเปิดออกไปเป็นปี 2027 แทน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและข้อกำหนดด้านแผนการปรับปรุงทรัพย์สิน (PIP) มีความเข้มงวดและใช้เวลามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก

hyatt hotel room interior design modern

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

500M$วงเงินสินเชื่อสนับสนุนโครงการ Hyatt Studios
5%หุ้น Hyatt ร่วงในชั่วโมงซื้อขายช่วงเช้า

มาร์ค โฮปลามาเซียน (Mark Hoplamazian) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hyatt ได้กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า "เรากำลังพิจารณามุมมองที่รอบคอบเกี่ยวกับกรอบเวลาการเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้" ซึ่งส่งผลให้ทางกลุ่มโรงแรมต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจำนวนห้องพักสุทธิสำหรับปีนี้ลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 6% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนว่าจะเติบโตราว 6% ถึง 7%

การรุกคืบเข้าสู่ตลาดโรงแรมระดับกลาง (Mid-market) ของ Hyatt ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเติมเต็มพื้นที่เมืองรองที่ไม่สามารถรองรับโรงแรมแบบ Full-service ได้ โดยการแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนผ่านความร่วมมือกับสถาบันการเงินและการลดต้นทุนสำหรับเจ้าของโรงแรม เช่น การยกค่าธรรมเนียมไอทีและการลดต้นทุนระบบบริหารจัดการโรงแรม (PMS) ลงราว 40% เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งดึงดูดใจนักลงทุนในระยะยาว แม้ว่าความเข้มงวดเรื่องมาตรฐานแบรนด์จะทำให้การเติบโตระยะสั้นช้าลงก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ผลประกอบการในภาพรวมของ Hyatt ยังคงแข็งแกร่ง นำโดยกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ที่รายงานตัวเลข RevPAR (รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่มีอยู่) ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 5.9% และค่าธรรมเนียมรวมพุ่งขึ้น 7.8% สู่ระดับ 324 ล้านดอลลาร์ ทางบริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของค่าธรรมเนียมรวมตลอดทั้งปีไว้ที่ 9% ถึง 11% และคาดการณ์ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ในช่วง 1,155 ถึง 1,205 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งเตรียมปรับโครงสร้างไปสู่สัดส่วนแฟรนไชส์ที่สูงขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้