รัฐบาลจี้ สสส. แจงงบ 4,000 ล้าน ห้ามผลาญจัดอบรม-ซื้อโฆษณา
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล โพสต์เฟซบุ๊ก 10 ต.ค. 69 จี้ สสส. ใช้เงินภาษีบาป 4,000 ล้านบาทสร้างประโยชน์จริง จวกห้ามใช้จัดอีเวนต์และซื้อโฆษณา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความจี้ สสส. เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569
- ตั้งคำถามการใช้งบประมาณจากภาษีบาป 4,000 ล้านบาทต่อปีของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
- ชี้งบจำนวนนี้ควรนำไปซื้อรถพยาบาล สร้างอาคาร หรือซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มากกว่าจัดอบรมและซื้อโฆษณา
- ระบุการเปรียบเทียบขนาดเงินต้องมองถึงความคุ้มค่าในการลดความรุนแรงของโรคในระบบสาธารณสุข
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมุ่งเป้าไปที่การบริหารจัดการงบประมาณประจำปีของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งมีเม็ดเงินสูงถึง 4,000 ล้านบาท ที่มาจากภาษีบาป หรือภาษีสรรพสามิตจากสินค้าประเภทสุราและยาสูบ โดยระบุว่าเงินก้อนโตนี้ควรถูกนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพให้กับประชาชนอย่างแท้จริง แทนที่จะนำไปละลายทิ้งกับกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
โฆษกรัฐบาลได้วิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณในอดีตที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการดำเนินงานมักหมดไปกับการจัดประชุมสัมมนา การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างแคมเปญรณรงค์ และการทุ่มงบมหาศาลไปกับการซื้อพื้นที่โฆษณา ซึ่งไม่สามารถสะท้อนความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในการลดการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้อย่างแท้จริง ทำให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงสาธารณสุขมองไม่เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริงจากเม็ดเงินภาษีดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพความคุ้มค่าและขนาดของเม็ดเงิน 4,000 ล้านบาทต่อปีให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำการคำนวณเปรียบเทียบเป็นตัวเลขสิ่งของและโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่สามารถจัดซื้อหรือก่อสร้างได้จริงในแต่ละปี หากเปลี่ยนรูปแบบการใช้งบประมาณให้ตรงจุดยิ่งขึ้น ได้แก่ การจัดซื้อรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูงจำนวน 1,270 คัน การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกให้กับโรงพยาบาลชุมชนได้ถึง 80 หลัง การจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้ถึง 13,000 แห่ง และการจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ หรือ AED ได้มากถึง 57,000 เครื่องต่อปี
"การเปรียบเทียบขนาดของเงิน โดยไม่ได้เปรียบเทียบเรื่องผลทางเศรษฐศาสตร์ของการส่งเสริมสุขภาพที่สามารถลดการเกิดโรค หรือลดความรุนแรงของโรค"
นายเอกภพ เพียรพิเศษ
ประเด็นการใช้งบประมาณของ สสส. มักเป็นหัวข้อถกเถียงในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าวมาจากภาษีสรรพสามิตบาปที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงในการลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน การที่รัฐบาลชุดปัจจุบันออกมากดดันและตีแผ่ตัวเลขเปรียบเทียบเชิงประจักษ์ จึงเป็นการสะท้อนความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นความโปร่งใส และการจัดสรรงบประมาณภาครัฐไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยชีวิตคนได้โดยตรง มากกว่าการใช้งบไปกับกิจกรรมประชาสัมพันธ์หรืออีเวนต์ที่วัดผลความคุ้มค่าได้ยาก
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น