ซีอีโอ Norwegian Cruise Line ยอมรับปัญหาของบริษัทเกิดจากตนเอง พร้อมคาดการณ์แนวโน้มซบเซาถึงปี 2027
แม้ Norwegian Cruise Line จะทำกำไรในไตรมาสที่ 2 ได้ดีเกินคาด แต่รายได้ต่อหัวกลับลดลง 2.6% และผู้บริหารยอมรับว่าปัญหาหลักเกิดจากการตั้งราคาสูงเกินไปและการบริหารจัดการภายใน พร้อมเผชิญความท้าทายต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Norwegian Cruise Line ทำกำไร EBITDA ไตรมาส 2 สูงกว่าคาด แต่รายได้ต่อหัว (net yield) ลดลง 2.6%
- ซีอีโอ John Chidsey ระบุว่าปัญหาของบริษัทส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของตนเอง เช่น การตั้งราคาสูงเกินไปล่วงหน้านานเกินไป
- คาดการณ์รายได้ต่อหัวจะลดลงต่อเนื่อง 8.9% ในไตรมาส 3 และ 6.5% ในไตรมาส 4 พร้อมความท้าทายที่ลากยาวถึงปี 2027
- บริษัทเร่งเดินหน้าแผนฟื้นฟูหลังกลุ่มทุน Elliott Management เข้าถือหุ้น โดยตั้งเป้าประหยัดต้นทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์
บริษัทเดินเรือสำราญยักษ์ใหญ่อย่าง Norwegian Cruise Line เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 โดยมีตัวเลขกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ปรับปรุงแล้ว สูงกว่าที่บริษัทเคยคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดสำคัญอย่างรายได้สุทธิเฉลี่ยต่อผู้โดยสาร (net yield) กลับปรับตัวลดลง 2.6%ท่ามกลางภาวะความต้องการที่อ่อนตัวลงในตลาด
สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยทางบริษัทได้คาดการณ์ว่ารายได้ต่อหัวจะดิ่งลงถึง 8.9% ในไตรมาสที่ 3 และลดลงอีก 6.5% ในไตรมาสที่ 4 นอกจากนี้ รายงานจาก Melius Research โดย Conor Cunningham เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ระบุว่า Norwegian ทำผลงานด้านรายได้ต่อหัวได้ย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเรือสำราญรายอื่นๆ ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา
John Chidsey ซีอีโอของ Norwegian Cruise Line ออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่า ปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่นั้นส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวบริษัทเอง (self-inflicted) และสามารถแก้ไขได้ โดยอธิบายว่าที่ผ่านมาบริษัทตรึงราคาตั๋วไว้สูงเกินไปและตั้งล่วงหน้าไกลเกินไป ส่งผลให้ความต้องการจองตั๋วล่วงหน้าในช่วงแรกถูกจำกัดเอาไว้ ประกอบกับการลงทุนด้านการตลาดที่ยังน้อยเกินไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ซีอีโอออกมายอมรับตรงๆ ว่าปัญหาเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารภายใน (เช่น การตั้งราคาล่วงหน้าสูงและนานเกินไป) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสื่อสารกับนักลงทุน โดยเฉพาะหลังจากการเข้ามาถือหุ้นของกองทุนแอคทิวิสต์อย่าง Elliott Management ซึ่งมักกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง การปรับลดต้นทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์และการแต่งตั้งผู้บริหารการตลาดคนใหม่จึงเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการกู้วิกฤตความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากราคาพลังงานและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Elliott Management เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 10% จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร แต่งตั้งซีอีโอและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดคนใหม่ พร้อมทั้งระบุเป้าหมายการประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารย้ำว่าแผนการฟื้นฟูกิจการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องใช้เวลา โดยกลยุทธ์การตลาดและสื่อใหม่ๆ เพิ่งเริ่มต้นดำเนินการและยังไม่ทันส่งผลบวกต่อยอดจองในปี 2026 นี้ทันที
แม้จะมีอุปสรรคและความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันและตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อยอดจองเส้นทางเดินเรือในยุโรป เช่นเดียวกับที่คู่แข่งอย่าง Royal Caribbean และ Carnival เคยเตือนไว้ แต่ Norwegian ก็ยังมีจุดประกายความหวังจากการเตรียมเปิดตัวเกาะส่วนตัว Great Stirrup Cay ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเจาะกลุ่มครอบครัวระดับพรีเมียมโดยเฉพาะ
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น