ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Ledger Wallet เผชิญเหตุโจรกรรมคริปโต 86 ล้านดอลลาร์

ผู้ใช้กระเป๋าเงินคริปโต Ledger จำนวนมากสูญเสียเงินกว่า 86 ล้านดอลลาร์ หลังพบบอร์ดสอดแนมซ่อนอยู่ภายในเครื่องผ่านผู้แทนจำหน่าย CryptoBillis

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Oct 2026ที่มา: The Verge2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Ledger Wallet เผชิญเหตุโจรกรรมคริปโต 86 ล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กระเป๋าเงินคริปโต Ledger ถูกแฮกสูญเสียเงินรวมกว่า 86 ล้านดอลลาร์
  • พบชิปสอดแนมและซิมการ์ดซ่อนใต้หน้าจอเพื่อดักขโมยรหัสผ่าน
  • การโจมตีพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ผ่านผู้แทนจำหน่ายรายย่อยนามว่า CryptoBillis

วงการคริปโตเคอร์เรนซีต้องสั่นคลอนอีกครั้ง หลังมีรายงานหนาหูว่าผู้ใช้งานกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ยี่ห้อ Ledger จำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาบัญชีถูกสูบเงินออกไปจนเกลี้ยง โดยความสงสัยพุ่งตรงไปที่ช่องโหว่จากห่วงโซ่อุปทานผ่านผู้แทนจำหน่ายที่มีชื่อว่า CryptoBillis ซึ่งล่าสุดทาง Ledger ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยขอให้ผู้แทนจำหน่ายรายนี้ระงับการขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ภาพถ่ายและวิดีโอที่มีการเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง X และ Threads ได้เผยให้เห็นความผิดปกติที่น่าตกใจ โดยปรากฏแผงวงจรขนาดจิ๋วถูกติดตั้งแทรกไว้อย่างแนบเนียนใต้หน้าจอแสดงผลของกระเป๋าเงิน ชิปแปลกปลอมชิ้นนี้มีหน้าที่คอยดักจับข้อมูลทุกอย่างที่แสดงผลบนหน้าจอ รวมถึงรหัสผ่านกู้คืนบัญชี หรือ seed passphrase ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องตั้งค่าในขั้นตอนแรกของการใช้งาน

microchip circuit board technology close up

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

$86Mมูลค่าคริปโตที่ถูกขโมย

นอกจากการดักจับข้อมูลบนหน้าจอแล้ว เจ้าแผงวงจรดังกล่าวยังฝังซิมการ์ดขนาดเล็กเอาไว้ภายใน เพื่อทำหน้าที่ส่งข้อมูลสำคัญทั้งหมดกลับไปยังแฮกเกอร์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถโอนถ่ายทรัพย์สินดิจิทัลออกจากบัญชีของผู้เสียหายได้อย่างง่ายดาย โดยจากการประเมินสถานการณ์พบว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้สามารถกวาดเงินคริปโตไปได้มากกว่า 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ใช้งานหลายร้อยรายทั่วโลก

เหตุการณ์ความปลอดภัยในลักษณะนี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Attack) ซึ่งการโจมตีไม่ได้เกิดขึ้นจากความบกพร่องของระบบหลักจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง แต่เป็นการแทรกแซงฮาร์ดแวร์ในขั้นตอนการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนรายย่อย ผู้ใช้งานอุปกรณ์จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าจากช่องทางที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทาง Ledger ได้ออกมายืนยันชัดเจนว่าระบบหลักของบริษัทไม่ได้ถูกเจาะระบบแต่อย่างใด และผู้ใช้งานที่ซื้อสินค้าโดยตรงจากช่องทางทางการของบริษัทก็ยังคงมีความปลอดภัย โดยปัญหาการโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนจะจำกัดวงอยู่แค่กลุ่มผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ซื้อสินค้าผ่านผู้แทนจำหน่าย CryptoBillis พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองว่ากระเป๋าเงินของตนถูกดัดแปลงหรือไม่

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้