ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สแกนสมองคนเสพสารไซโลไซบิน เผยโครงสร้างซ่อนความระเบียบ

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาอาสาสมัครทำสมาธิในเครื่อง MRI ทั้งในภาวะปกติและหลังใช้สารไซโลไซบิน พบความจริงเบื้องหลังสมองที่ดูเหมือนไร้ระเบียบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Oct 2026ที่มา: Ars Technica2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สแกนสมองคนเสพสารไซโลไซบิน เผยโครงสร้างซ่อนความระเบียบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ทีมนักวิจัยศึกษาการทำงานของสมองมนุษย์ภายใต้ฤทธิ์ของสารไซโลไซบิน
  • อาสาสมัครเข้ารับการสแกนสมองด้วยเครื่อง MRI ระหว่างการทำสมาธิ
  • ผลการทดลองพบระเบียบโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลทางความรู้สึก
  • งานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจการทำงานของจิตสำนึกและกลไกของสารหลอนประสาทลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของสมองมนุษย์ภายใต้ฤทธิ์ของสารออกฤทธิ์ทางจิตประสาทได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสารไซโลไซบิน (Psilocybin) ซึ่งเป็นสารหลอนประสาทธรรมชาติที่พบได้ในเห็ดบางชนิด นักวิทยาศาสตร์พยายามไขข้อข้องใจมานานว่า สารเหล่านี้ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานของสมองอย่างไร จนกระทั่งมีการทดลองครั้งล่าสุดที่เปิดเผยภาพความซับซ้อนของสมองในมุมมองใหม่

ในการทดลองดังกล่าว นักวิจัยได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มอาสาสมัครให้เข้าร่วมกระบวนการทดลองที่ละเอียดอ่อน โดยให้พวกเขาทำการฝึกสมาธิขณะที่นอนอยู่ภายในอุโมงค์เครื่องสร้างภาพด้วยสนามmagnetic resonance imaging หรือเครื่อง MRI ซึ่งการสแกนนี้ถูกดำเนินการทั้งในภาวะปกติและในภาวะที่อาสาสมัครได้รับสารไซโลไซบินเข้าสู่ร่างกายแล้ว เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา

brain scan medical imaging screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ข้อมูลจากการสแกนสมองแสดงให้เห็นว่า ในตอนแรกภาพรวมการทำงานของสมองภายใต้ฤทธิ์สารไซโลไซบินนั้นดูมีความโกลาหลและไร้ระเบียบอย่างเห็นได้ชัด คล้ายกับระบบที่สูญเสียการควบคุมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อนักวิจัยเจาะลึกลงไปในรายละเอียดเชิงโครงสร้างและการเชื่อมต่อภายในเบื้องลึก พวกเขากลับพบระเบียบวินัยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความวุ่นวายนั้นอย่างน่าประหลาดใจ

การค้นพบนี้นับเป็นก้าวสำคัญทางประสาทวิทยา เพราะช่วยเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อภาวะจิตสำนึกที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมี จากเดิมที่เคยเชื่อว่าสมองจะทำงานอย่างไร้ทิศทางโดยสิ้นเชิง การพบโครงสร้างที่เป็นระเบียบซ่อนอยู่ข้างใต้อาจเป็นกุญแจไขความลับว่าเหตุใดสารเหล่านี้จึงมีศักยภาพในการรักษาอาการทางจิตเวชหรือเปลี่ยนมุมมองต่อโลกของผู้ป่วยได้

ผลการศึกษานี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกทางชีวภาพของสมองเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่อภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ร่วมกับการศึกษาภาวะจิตสำนึกเชิงลึก ซึ่งนักวิจัยคาดว่าจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการรักษาใหม่ๆ ในอนาคต

ที่มา: Ars Technica

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้