เตือน 15 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม 11-13 ตุลาคม
รัฐบาลออกประกาศเตือน 15 จังหวัดเสี่ยงภัยน้ำป่าและดินถล่มระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม พร้อมแนะชุมชนเชิงเขาอพยพทันทีเมื่อพบสัญญาณเตือนภัยผิดปกติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลประกาศเตือนภัยน้ำป่าและดินถล่มใน 15 จังหวัด
- กำหนดช่วงเวลาเฝ้าระวังเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคมนี้
- แนะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเชิงเขาอพยพทันทีเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ
รัฐบาลได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างเป็นทางการให้พื้นที่เสี่ยงภัยใน 15 จังหวัดเตรียมตัวเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน โดยกำหนดช่วงเวลาเฝ้าระวังหลักตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 13 ตุลาคมนี้
จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า พื้นที่เป้าหมายทั้ง 15 จังหวัดมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก ทางการจึงขอความร่วมมือให้ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครในพื้นที่ช่วยกันแจ้งเตือนภัยให้ลูกบ้านรับทราบสถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ไปยังพื้นที่ปลอดภัยล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ทางการยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ เช่น สีของน้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่นแดง มีเสียงดังผิดปกติจากภูเขา หรือระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนไม่ควรรอช้าและต้องทำการอพยพออกจากพื้นที่เชิงเขาในทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งซ้ำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนในครอบครัว
การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื่องจากเหตุดินถล่มและน้ำป่ามักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงสูง การเตรียมความพร้อมของชุมชนและการตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อพบสัญญาณเตือนภัยจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์วิกฤต
ประชาชนในพื้นที่ 15 จังหวัดดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารสภาพอากาศและการแจ้งเตือนภัยเพิ่มเติมได้จากช่องทางสื่อสารของทางราชการอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลาเฝ้าระวังนี้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น