Travel AI: ปัญหาการมองเห็นและการจองผ่าน AI ในยุโรป
งาน Skift's Data + AI Summit เผยโรงแรมอิสระในยุโรปเผชิญปัญหา AI มองไม่เห็น ขณะที่ยอดจองจริงผ่าน AI ยังต่ำกว่า 2%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โรงแรมอิสระในยุโรปมีโอกาสถูก AI มองข้ามมากกว่าเชนโรงแรมถึง 8 เท่า
- ยอดจองห้องพักผ่านช่องทาง AI ยังน้อยมาก เช่น น้อยกว่า 1% ของ Booking Holdings
- ผลตอบแทนที่คุ้มค่าชัดเจนตอนนี้ตกอยู่ที่การจัดการภายในองค์กรมากกว่าการจอง
ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมวงการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการดำเนินงานภายในและการกระจายสินค้าท่องเที่ยว แต่ในแง่ของยอดจองจริงกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยังต้องพิสูจน์ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่ตลาดโรงแรมส่วนใหญ่เป็นกิจการอิสระ ซึ่งกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่เรื่องความสามารถในการมองเห็นผ่านระบบ AI ในขณะที่นักท่องเที่ยวหันมาใช้เทคโนโลยีนี้ในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น แต่กลับมีสัดส่วนน้อยมากที่ทำการจองผ่านช่องทางดังกล่าว
ประเด็นเหล่านี้ได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือในงาน Skift's Data + AI Summit ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยข้อสรุปจากงานประชุมชี้ให้เห็นว่า การสนทนาในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการพูดคุยว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้าง ไปสู่การพิสูจน์ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ใครคือผู้ที่ถูกมองเห็น ใครคือผู้ที่ได้รับยอดจอง และจุดคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์อยู่ตรงไหน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากการวิเคราะห์คำตอบด้านการท่องเที่ยวผ่าน AI จำนวน 27,360 ครั้ง ครอบคลุมที่พัก 659 แห่งในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดย Stiplo พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า โรงแรมอิสระมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นที่รู้จักของระบบ AI มากกว่าโรงแรมที่เป็นเครือเชนถึง 8 เท่า แม้ว่าเมื่อระบบรู้จักแล้วจะแนะนำในอัตราที่ใกล้เคียงกันก็ตาม ปัญหานี้สร้างความท้าทายอย่างมากในยุโรป เนื่องจากข้อมูลจาก Booking.com และ Statista ที่อ้างอิงข้อมูล CoStar เมื่อปี 2023 ระบุว่าราวสามในสี่ของโรงแรมในภูมิภาคนี้เป็นกิจการอิสระ
คาร์ล เดล มิสโตร (Carlo Del Mistro) ผู้ก่อตั้ง Stiplo ระบุว่า ปริมาณรีวิวบน Google คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีความเชื่อมโยงกับความสามารถในการค้นพบของระบบ ในขณะเดียวกัน ฝั่งความต้องการของผู้บริโภคก็ยังคงระมัดระวัง โดยไบรอัน บาติสตา (Bryan Batista) ซีอีโอของ Skyscanner ได้อ้างถึงผล ัรวดสำรวจระดับโลกที่พบว่า 51% ของนักท่องเที่ยวยังคงไม่ไว้วางใจในความน่าเชื่อถือและความแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำจาก AI
"เวลาที่ประหยัดได้เพียงอย่างเดียวจากการใช้ AI จะกลายเป็นเพียงต้นทุนบรรทัดใหม่ในงบกำไรขาดทุนเท่านั้น"
แอนดรูว์ จอร์แดน (Andrew Jordan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Travelport
ในมุมมองของผู้บริหารระดับสูง ผลตอบแทนที่วัดผลได้จริงในเวลานี้กลับเกิดขึ้นกับการดำเนินงานภายในมากกว่า ตัวอย่างเช่น ฟิลิป ฟิลิปอฟ (Filip Filipov) ซีอีโอของ OAG ได้ยกตัวอย่างระบบ Connection Saver ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่สนามบินเดนเวอร์ ซึ่งช่วยรักษาการต่อเที่ยวบินให้ผู้โดยสารได้ถึง 54,000 ราย นอกจากนี้ กฎหมาย EU AI Act ของสหภาพยุโรปยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องจัดกระบวนการตรวจสอบและใช้งานเครื่องมือ AI ภายในองค์กรให้เป็นทางการมากยิ่งขึ้น
การทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของ AI ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วยให้เราเห็นช่องว่างระหว่างความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แท้จริง แม้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์จะทรงพลังในการวางแผน แต่กระบวนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคยังคงพึ่งพาความน่าเชื่อถือดั้งเดิม เช่น รีวิวและความไว้วางใจในแบรนด์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปรับตัวรับมือท่ามกลางกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในยุโรป
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น