ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Travel AI: ปัญหาการมองเห็นและการจองผ่าน AI ในยุโรป

งาน Skift's Data + AI Summit เผยโรงแรมอิสระในยุโรปเผชิญปัญหา AI มองไม่เห็น ขณะที่ยอดจองจริงผ่าน AI ยังต่ำกว่า 2%

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Oct 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Travel AI: ปัญหาการมองเห็นและการจองผ่าน AI ในยุโรป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • โรงแรมอิสระในยุโรปมีโอกาสถูก AI มองข้ามมากกว่าเชนโรงแรมถึง 8 เท่า
  • ยอดจองห้องพักผ่านช่องทาง AI ยังน้อยมาก เช่น น้อยกว่า 1% ของ Booking Holdings
  • ผลตอบแทนที่คุ้มค่าชัดเจนตอนนี้ตกอยู่ที่การจัดการภายในองค์กรมากกว่าการจอง

ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมวงการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการดำเนินงานภายในและการกระจายสินค้าท่องเที่ยว แต่ในแง่ของยอดจองจริงกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยังต้องพิสูจน์ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่ตลาดโรงแรมส่วนใหญ่เป็นกิจการอิสระ ซึ่งกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่เรื่องความสามารถในการมองเห็นผ่านระบบ AI ในขณะที่นักท่องเที่ยวหันมาใช้เทคโนโลยีนี้ในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น แต่กลับมีสัดส่วนน้อยมากที่ทำการจองผ่านช่องทางดังกล่าว

ประเด็นเหล่านี้ได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือในงาน Skift's Data + AI Summit ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยข้อสรุปจากงานประชุมชี้ให้เห็นว่า การสนทนาในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการพูดคุยว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้าง ไปสู่การพิสูจน์ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ใครคือผู้ที่ถูกมองเห็น ใครคือผู้ที่ได้รับยอดจอง และจุดคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์อยู่ตรงไหน

London business conference summit hotel interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จากการวิเคราะห์คำตอบด้านการท่องเที่ยวผ่าน AI จำนวน 27,360 ครั้ง ครอบคลุมที่พัก 659 แห่งในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดย Stiplo พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า โรงแรมอิสระมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นที่รู้จักของระบบ AI มากกว่าโรงแรมที่เป็นเครือเชนถึง 8 เท่า แม้ว่าเมื่อระบบรู้จักแล้วจะแนะนำในอัตราที่ใกล้เคียงกันก็ตาม ปัญหานี้สร้างความท้าทายอย่างมากในยุโรป เนื่องจากข้อมูลจาก Booking.com และ Statista ที่อ้างอิงข้อมูล CoStar เมื่อปี 2023 ระบุว่าราวสามในสี่ของโรงแรมในภูมิภาคนี้เป็นกิจการอิสระ

8 เท่าโรงแรมอิสระเสี่ยงไม่เป็นที่รู้จักของ AI มากกว่าเชน
<1%ยอดจองห้องพักผ่าน AI ของ Booking Holdings

คาร์ล เดล มิสโตร (Carlo Del Mistro) ผู้ก่อตั้ง Stiplo ระบุว่า ปริมาณรีวิวบน Google คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีความเชื่อมโยงกับความสามารถในการค้นพบของระบบ ในขณะเดียวกัน ฝั่งความต้องการของผู้บริโภคก็ยังคงระมัดระวัง โดยไบรอัน บาติสตา (Bryan Batista) ซีอีโอของ Skyscanner ได้อ้างถึงผล ัรวดสำรวจระดับโลกที่พบว่า 51% ของนักท่องเที่ยวยังคงไม่ไว้วางใจในความน่าเชื่อถือและความแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำจาก AI

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เวลาที่ประหยัดได้เพียงอย่างเดียวจากการใช้ AI จะกลายเป็นเพียงต้นทุนบรรทัดใหม่ในงบกำไรขาดทุนเท่านั้น"

แอนดรูว์ จอร์แดน (Andrew Jordan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Travelport

ในมุมมองของผู้บริหารระดับสูง ผลตอบแทนที่วัดผลได้จริงในเวลานี้กลับเกิดขึ้นกับการดำเนินงานภายในมากกว่า ตัวอย่างเช่น ฟิลิป ฟิลิปอฟ (Filip Filipov) ซีอีโอของ OAG ได้ยกตัวอย่างระบบ Connection Saver ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่สนามบินเดนเวอร์ ซึ่งช่วยรักษาการต่อเที่ยวบินให้ผู้โดยสารได้ถึง 54,000 ราย นอกจากนี้ กฎหมาย EU AI Act ของสหภาพยุโรปยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องจัดกระบวนการตรวจสอบและใช้งานเครื่องมือ AI ภายในองค์กรให้เป็นทางการมากยิ่งขึ้น

การทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของ AI ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วยให้เราเห็นช่องว่างระหว่างความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แท้จริง แม้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์จะทรงพลังในการวางแผน แต่กระบวนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคยังคงพึ่งพาความน่าเชื่อถือดั้งเดิม เช่น รีวิวและความไว้วางใจในแบรนด์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปรับตัวรับมือท่ามกลางกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในยุโรป

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้