เคส Otterbox และฟิล์มกันรอย ช่วยชีวิตจอ iPhone 17 Pro เครื่องใหม่
หลังจากทำโทรศัพท์เครื่องใหม่ร่วงหล่นขณะปั่นจักรยานเพียงไม่กี่ชั่วโมง เคสและฟิล์มกันรอยก็พิสูจน์ให้เห็นว่าคุ้มค่าเงินที่เสียไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผู้เขียนตัดสินใจอัปเกรดมาใช้ iPhone 17 Pro พร้อมจัดเต็มเกราะป้องกัน
- โทรศัพท์ร่วงจากกระเป๋าขณะปั่นจักรยานหลังติดฟิล์มไม่กี่ชั่วโมง
- ฟิล์มกันรอยแตกแต่หน้าจอ iPhone ด้านในรอดปลอดภัยไร้ริ้วรอย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนยอมรับว่าทำหน้าจอโทรศัพท์แตกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนมักจะเริ่มต้นจากรอยร้าวเล็กๆ ที่มุมเครื่องแล้วลามแผ่ขยายออกไปทั่วหน้าจอเหมือนใยแมงมุม ซึ่งนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องจำใจเปลี่ยนมาซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง iPhone 17 Pro เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ได้ตั้งปณิธานกับตัวเองไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะต้องปกป้องดูแลมันให้ดีกว่าเดิม
ในอดีตที่ผ่านมา มักจะหลีกเลี่ยงการใช้เคสที่มีความหนาเทอะทะเพียงเพราะเหตุผลเรื่องความสวยงามไร้สาระ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โทรศัพท์ที่มีดีไซน์บางเฉียบก็มักจะเป็นโทรศัพท์ที่เปราะบางแตกหักง่ายเช่นกัน ดังนั้น ในครั้งนี้จึงตัดสินใจจัดเต็มแบบครบชุดประกอบด้วยเคส Otterbox ฟิล์มกันรอย และกระเป๋าเงิน MagSafe โดยคิดว่าหากจะลงทุนซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ทั้งที ก็ควรจะยกระดับวิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปพร้อมกันด้วย
อุปกรณ์ป้องกันทั้งเคส Otterbox และฟิล์มกันรอย ได้ผ่านบททดสอบของจริงด้วยจังหวะเวลาที่ชวนขัน เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ติดตั้งระบบป้องกันให้กับโทรศัพท์เครื่องใหม่เสร็จเรียบร้อย ตัวเครื่องก็ร่วงหล่นออกจากกระเป๋าในขณะที่กำลังปั่นจักรยานอยู่พอดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อก้มลงเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความรู้สึกเตรียมใจยอมรับสภาพที่แย่ที่สุด ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผลเนื่องจากฟิล์มกันรอยเกิดรอยร้าวแตกเสียหายจริงๆ ทว่าหน้าจอของตัวเครื่อง iPhone ที่อยู่ด้านในกลับอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบและปลอดภัยดีทุกประการ เนื่องจากฟิล์มกันรอยได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบในการรับแรงกระแทกแทน เพื่อที่โทรศัพท์ราคาพันดอลลาร์ของคุณจะไม่ต้องรับเคราะห์นั้นเอง
การเลือกใช้เคสกันกระแทกแบรนด์ดังและการติดฟิล์มกระจกถือเป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้นที่คุ้มค่ามากสำหรับสมาร์ทโฟนราคาสูงในปัจจุบัน เนื่องจากค่าซ่อมแซมหน้าจอ OLED ในรุ่นเรือธงนั้นมีราคาสูงกว่าค่าอุปกรณ์เสริมเหล่านี้หลายเท่าตัว การลงทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากนั้น ผู้เขียนได้ลอกฟิล์มกันรอยที่แตกออกและสั่งซื้อแผ่นใหม่มาเปลี่ยนในราคา 40 ดอลลาร์ ในขณะที่ตัวเครื่องโทรศัพท์ที่อยู่ใต้เคส Otterbox และฟิล์มแผ่นใหม่ยังคงรอดพ้นจากความเสียหายได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ กระเป๋าเงิน MagSafe ยังกลายเป็นการอัปเกรดที่มีประโยชน์ในตัวมันเอง เพราะช่วยเก็บบัตรต่างๆ ไว้ติดกับสิ่งของที่ไม่มีทางทำหายอย่างโทรศัพท์มือถือ
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น