รัฐบาลเตรียมทีมเกาะติดซักฟอก 12 ต.ค. 2569 โต้ข้อมูลเท็จ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลจัดทีมติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ 12 ต.ค. 2569 เน้นชี้แจงข้อเท็จจริงและป้องกันการบิดเบือน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเกาะติดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
- นายเอกภพ เพียรพิเศษ เผยเป้าหมายเพื่อโต้ข้อมูลเท็จและป้องกันการบิดเบือน
- ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่สรุปประเด็นให้ประชาชนเข้าใจง่าย
- เน้นชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงแทนการเล่นสงครามวาทกรรมหรือบันเทิงธิปไตย
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยระบุว่าทางรัฐบาลได้จัดเตรียมทีมงานเพื่อคอยเกาะติดสถานการณ์และช่วยเหลือบรรดาคณะรัฐมนตรีในการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด
นายเอกภพกล่าวถึงความคาดหวังต่อการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า อยากให้การอภิปรายเน้นไปที่เนื้อหาสาระสำคัญมากกว่าการเน้นเรื่องวาทกรรมหรือที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบันเทิงธิปไตย พร้อมกันนี้ บทบาทหน้าที่ของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกองงานโฆษกฯ จะทำหน้าที่ติดตามการอภิปรายและการชี้แจงของรัฐมนตรีแต่ละท่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสรุปเนื้อหาและสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเตรียมทีมสื่อสารเฉพาะกิจเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัล ที่การตัดต่อคลิปสั้นหรือการนำเสนอประโยคเด็ด (Sounding quote) สามารถแพร่หลายบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว การที่ฝ่ายบริหารมีทีมงานคอยวิเคราะห์และโต้ตอบแบบเรียลไทม์จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมความเสียหายและรักษาความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้อธิบายเพิ่มเติมถึงรูปแบบการทำงานว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายตรงข้ามมักมีการเตรียมข้อความสั้นหรือโค้ดคำพูดเพื่อปล่อยออกมาในช่วงระหว่างที่ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือในจุดนี้เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้คำตอบของรัฐมนตรีถูกนำไปตัดต่อบิดเบือนหรือถูกนำไปเปรียบเทียบกับคำถามในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
สำหรับการประสานงานภายใน นายเอกภพยืนยันว่าจะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมโฆษกและพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงการประสานงานกับแต่ละกระทรวงที่มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เนื่องจากงานในสภาถือเป็นภารกิจหลักของตัวรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น