โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญเสียงวิจารณ์แผนนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย
โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญกระแสต่อต้านจาก สส. ทั้งรีพับลิกันและเดโมแ크ต หลังประกาศดีลซื้อดีเซลรัสเซีย 300,000 ตัน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญแรงต้านจาก สส. สหรัฐฯ หลังทำดีลนำเข้าน้ำมันดีเซลรัสเซีย
- รัสเซียตกลงส่งมอบดีเซลล็อตแรก 300,000 ตัน และอาจเพิ่มถึง 3 ล้านตันในอนาคต
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระงับคว่ำบาตรดีเซลรัสเซียชั่วคราวถึง 7 เมษายนนี้
- โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีウクライナ ประณามข้อตกลงนี้ว่าเป็นเสมือนของขวัญให้ปูติน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากสมาชิกรัฐสภาทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต หลังประกาศแผนการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากประเทศรัสเซียเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ ทรัมป์เพิ่งจะลงนามในกฎหมายเพื่ออนุมัติมาตรการคว่ำบาตรและภาษีศุลกากรชุดใหม่ต่อประเทศที่ทำการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย แต่ล่าสุดเขากลับประกาศว่าวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ตกลงที่จะส่งมอบน้ำมันดีเซลจำนวน 300,000 ตันในทันทีสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก ตามด้วยการจัดส่งเพิ่มเติมในลำดับถัดไป
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัสเซียจะจัดส่งดีเซลเพิ่มอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน ตามด้วยอีก 1 ล้านตัน และชุดสุดท้ายอีกราว 3 ล้านตันที่จะส่งมอบภายในระยะเวลาอันสั้น ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียที่เคยถูกโจมตีโดยยูเครน ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าการลดราคาเชื้อเพลิงให้แก่ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ และคนขับรถบรรทุก คือความสำคัญสูงสุดของเขา ขณะที่อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ยืนยันตัวเลขดังกล่าวกับสำนักข่าว Tass ว่าปริมาณการส่งออกอาจสูงถึง 3 ล้านตันต่อเดือนในอนาคต
การที่สหรัฐฯ หันมาเจรจานำเข้าพลังงานจากรัสเซียท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตร สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า ซึ่งพรรครีพับลิกันของทรัมป์ต้องรักษาเสียงข้างในสภาไว้ให้ได้ ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ 6.28 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมและค่าครองชีพ
อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ กลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบด้วย สส. พรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ ซูซาน คอลลินส์, ลิซ่า มูร์คอฟสกี้, ทอม ทิลลิส, จอห์น เคอร์ติส และ สส. พรรคเดโมแครต 3 คน ได้แก่ ฌานน์ ชาฮีน, ริชาร์ด บลูเมนทัล, รอน ไวเดน ได้ออกมาแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อกฎหมายสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ทรัมป์ยกเลิกนโยบายนี้ทันที
"สหรัฐอเมริกาไม่ควรจัดหาเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินให้แก่ปูติน ในขณะที่รัสเซียยังคงเดินหน้าสังหารพลเรือนชาวยูเครน"
กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ
ทางด้านโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาประณามข้อตกลงนี้ว่าเป็นเสมือนของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับปูติน ซึ่งเทียบเท่ากับการลงทุนในสงครามที่จำเป็นต้องยุติลง นอกจากนี้ ผู้นำระดับนานาชาติรายอื่น เช่น นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ค คาร์นีย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร เวส สตรีทติ้ง ก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ดีลดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าชาติพันธมิตรควรเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียมากกว่าการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น