ป.ป.ช. 2026: แจงคดีโกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหา 6 พันราย
ป.ป.ช.แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น 2026 ปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาชั่วคราวเพราะทำสำนวนไม่ทัน พร้อมเตรียมแจ้งข้อหากว่า 6,000 รายต้น พ.ย.นี้ ยันหลักฐานสาวถึงระดับอธิบดีและไม่มีการตัดตอน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ป.ป.ช.แจงปมปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นเนื่องจากส่งสำนวนฟ้องศาลไม่ทัน
- คาดการณ์เตรียมแจ้งข้อหากว่า 6,000 รายได้ภายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้
- ย้ำหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวการใหญ่สุดระดับอธิบดี ยืนยันไม่มีการตัดตอนคดีแน่นอน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าครั้งสำคัญ เกี่ยวกับคดีทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้ต้องหาจำนวน 3 รายในคดีดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างการไต่สวน เนื่องจากทางสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่สามารถดำเนินการทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาลได้ทันตามกำหนดเวลา โดยทางเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้อธิบายถึงเบื้องหลังการทำงานและการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายนิติพันธ์เปิดเผยว่า ทาง ป.ป.ช. ได้ทำงานร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงาน ป.ป.ท. ในการแกะรอยและติดตามเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อกวาดล้างการทุจริตในระบบราชการที่ยอมรับไม่ได้
"ในความเป็นข้าราชการ เราก็รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ การเข้ามาเป็นข้าราชการแล้วมีการทุจริตหรือต้องให้สินบนตั้งแต่แรก เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ฉะนั้นเราตั้งใจอยู่แล้วต้องทำคดีนี้ให้สำเร็จ"
นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ
นอกจากนี้ ทางผู้บริหาร ป.ป.ช. ยังได้กล่าวเสริมถึงกรอบเวลาในการดำเนินคดี โดยคาดว่าภายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ จะสามารถทยอยแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีจำนวนมากกว่า 6,000 ราย พร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่สามารถสาวไปถึงตัวการระดับสูงได้
การทุจริตสอบท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความโปร่งใสของภาครัฐไทยมาอย่างยาวนาน การที่ ป.ป.ช. บูรณาการหลายหน่วยงานเข้าด้วยกันสะท้อนถึงความพยายามในการใช้มาตรการทางกฎหมายและการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรอุบาทว์นี้ การติดตามเส้นทางการเงินโดย ปปง. จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยมัดตัวผู้บงการระดับสูงที่มักใช้นายหน้าหรือเครือข่ายอำนาจปกปิดร่องรอย
ท้ายที่สุดทาง ป.ป.ช. ได้ขอให้ประชาชนและสังคมช่วยกันส่งกำลังใจและให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีการช่วยเหลือหรือตัดตอนคดีอย่างแน่นอน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น