Ajay Banga ประธานธนาคารโลก ชี้เงินแก้จนได้แค่ครึ่งเดียว
ประธานธนาคารโลกเผยในการประชุมที่กรุงเทพฯ ว่าการแก้ความยากจนต้องพึ่งการสร้างงาน พร้อมดึงเงินสามกระเป๋าและเปิดตัว Philanthropy Hub หนุนธุรกิจเล็ก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Ajay Banga ชี้ความยากจนมีสองด้าน เงินช่วยเหลือแก้ได้แค่ความขาดแคลน
- การสร้างงานคือหัวใจสำคัญ แต่เผชิญข้อจำกัดเรื่องเงินทุนและหนี้สิน
- ธนาคารโลกดึงเงินลงทุนเอกชนสูงถึง 1.12 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
- เปิดตัวกลยุทธ์ใหม่มุ่งช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและโครงสร้างพื้นฐาน
ธนาคารโลกสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ให้ประเทศต่าง ๆ กู้เงินหรือให้ทุนสร้างถนน โรงพยาบาล ระบบไฟฟ้า และโรงเรียน ได้จัดการประชุมใหญ่ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF โดยในปีนี้กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว
หนึ่งในเวทีสำคัญภายในงานคือ Civil Society Townhall ซึ่ง Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก ได้มานั่งสนทนากับตัวแทนภาคประชาสังคม ทั้งจากมูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน และกลุ่มที่ทำงานกับชุมชนทั้งในห้องประชุมและผ่านช่องทางออนไลน์ โดยนี่นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ Banga จัดเวทีในลักษณะนี้ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโลกที่ขึ้นมารับคำถามโดยตรง
ก่อนจะเปิดให้ซักถาม Banga ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ธนาคารโลกยกเรื่องการสร้างงานขึ้นมาเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งตอบคำถามเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุนในวันที่เงินหายากกว่าเดิม โดยเขาเล่าถึงสิ่งที่เพื่อนเคยบอกไว้ว่า ความยากจนมี 2 ด้าน ด้านแรกคือความขาดแคลนในชีวิตซึ่งแก้ไขได้ด้วยความช่วยเหลือ แต่อีกด้านคือความรู้สึกข้างในที่เงินช่วยเหลือไม่สามารถแก้ได้ เพราะมนุษย์ต้องการทั้งความหวัง โอกาส และความภูมิใจในการสร้างประโยชน์ให้สังคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
Banga ชี้ให้เห็นว่าในวัยเด็กคนเราต้องการอากาศ น้ำสะอาด การรักษาพยาบาล และการเรียนรู้ทักษะ แต่เมื่อเติบโตพร้อมทำงาน สิ่งที่ต้องการคือการมีงานทำเพราะงานให้ทั้งรายได้และศักดิ์ศรี พร้อมระบุว่าแม้แต่ในประเทศที่เศรษฐกิจดีที่สุด คนรุ่นใหม่ก็ยังออกมาเรียกร้องเพราะมองไม่เห็นอนาคต ธนาคารโลกจึงต้องให้คนรุ่นใหม่เป็นศูนย์กลางเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอีก 30-40 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือการสร้างงานต้องใช้เงินทุน แต่ปัจจุบันหลายประเทศมีหนี้สูงขึ้น เงินในมือน้อยลง และราคาพลังงานกับปุ๋ยแพงขึ้นมาก ทางออกคือการใช้เงิน 3 กระเป๋า โดยรัฐบาลทำหน้าที่เปิดทางและวางกติกา ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้สร้างงานราว 90% ทั่วโลก นอกจากนี้ เงินจากภาคประชาสังคมและผู้มีจิตศรัทธายังมีมูลค่ามหาศาล โดยทุกๆ 5 ดอลลาร์ของเงินช่วยเหลือจะมี 1 ดอลลาร์มาจากมูลนิธิและภาคเอกชน หรือราว 1.5-2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่ง Banga เพิ่งเปิดตัว Philanthropy Hub หน่วยงานใหม่เพื่อทำงานร่วมกับผู้บริจาคโดยตรง
"ถ้างานคือโจทย์ เงินทุนก็คือข้อจำกัด"
Ajay Banga
ในรอบปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกสามารถดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนได้สูงถึง 1.12 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดและเพิ่มขึ้นจาก 4 ปีก่อนถึง 3 เท่า แต่เงินเหล่านี้มักไปในที่ที่เสี่ยงน้อย ทำให้ประเทศยากจนถูกข้ามไป ธนาคารโลกจึงเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจขนาดเล็กตั้งแต้าร้านค้ารายย่อยไปจนถึงธุรกิจขนาดกลาง เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดได้
กลยุทธ์การกระจายเงินทุนลงสู่ระดับรากหญ้าและธุรกิจขนาดเล็กถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิสาหกิจขนาดย่อยและขนาดย่อม (MSMEs) มักเป็นกลไกหลักในการจ้างงานจริงในระดับท้องถิ่น การที่ธนาคารโลกปรับมุมมองมาสนับสนุนภาคส่วนนี้โดยตรงผ่านกลไกใหม่จึงช่วยอุดรอยรั่วที่เงินลงทุนก้อนใหญ่มักเข้าไม่ถึง
หลังการกล่าวเปิด Banga และคณะผู้บริหารได้เปิดรับคำถามจากตัวแทนทั่วโลก โดย Megan Gardner จาก Culture Connect ได้สอบถามถึงเรื่องสุขภาพจิตในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่ควรได้รับทุนสนับสนุน ซึ่ง Anna Bjerde และ Paschal Donohoe ได้ร่วมชี้แจงถึงแนวทางการผลักดันด้านสาธารณสุขและการศึกษาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับประชาชน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น