ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Skift Travel Health Index: รายได้ท่องเที่ยวโตสวนทางปริมาณ

รายงาน Skift Travel Health Index ชี้เดือนสิงหาคม 2026 ดัชนีท่องเที่ยวโลกทรงตัวที่ 100 แม้ปริมาณนักท่องเที่ยวชะลอตัว แต่รายได้พุ่งจากราคาตั๋วและโรงแรมที่สูงขึ้น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Skift Travel Health Index: รายได้ท่องเที่ยวโตสวนทางปริมาณ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ดัชนี Skift Travel Health Index เดือนสิงหาคม 2026 ทรงตัวที่ 100 เท่ากับปีก่อน
  • มูลค่าธุรกรรมเที่ยวบินพุ่งสูงในแคนาดา (25%) และอิตาลี (20%) แต่ดิ่งลง 21% ในสหราชอาณาจักร
  • ราคาตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมอุ้มรายได้อุตสาหกรรม ท่ามกลางปริมาณการเดินทางที่เติบโตช้าลง

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อรายงานล่าสุดจาก Skift Travel Health Index เปิดเผยว่า ตัวเลขดัชนีภาพรวมในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความนิ่งของตัวเลขภาพรวมนี้ กลับมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงซ่อนอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

รายงานระบุว่า รายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตได้นั้น เป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมีความระมัดระวังและเลือกสรรมากขึ้นในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง

25%มูลค่าธุรกรรมเที่ยวบินในแคนาดาที่เพิ่มขึ้น
52%ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงกว่าปีที่แล้ว
4.4%คาดการณ์ RevPAR โรงแรมในสหรัฐฯ ปี 2026

ข้อมูลเชิงลึกจากพาร์ทเนอร์อย่าง Nium ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมเที่ยวบินในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 มีความเหลื่อมล้ำกันมากในแต่ละประเทศ โดย:

  • แคนาดาเติบโตสูงถึง 25%
  • อิตาลีเติบโต 20%
  • ญี่ปุ่นเติบโต 17%
  • สหราชอาณาจักรปรับตัวลดลง 21%
  • เยอรมนีมีตัวเลขทรงตัวใกล้เคียงเดิม

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Travel Trends Advisory และ Sherpa ชี้ว่าปริมาณการจราจรทางอากาศทั่วโลกปรับตัวลดลง 2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมิถุนายน และฟื้นตัวขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนกรกฎาคม ประกอบกับต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 52% กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อสายการบิน

modern commercial airplane flying in sky

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทางด้านธุรกิจโรงแรม CoStar และ Tourism Economics ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลข RevPAR (รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่มีทั้งหมด) ของสหรัฐอเมริกาในปี 2026 ขึ้นมาอยู่ที่ 4.4% ซึ่งการเติบโตนี้มาจากอัตราค่าห้องพักที่สูงขึ้น ไม่ใช่อัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลข GOPPAR (กำไรจากการดำเนินงานขั้นต้นต่อห้องพักที่มี) ที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับในปี 2019

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ปรากฏการณ์ที่รายได้ภาคท่องเที่ยวเติบโตได้ทั้งที่ปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ได้เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการพึ่งพา "กำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีฐานะร่ำรวย" เป็นหลัก ผู้ประกอบการโรงแรมและสายการบินจึงต้องปรับกลยุทธ์เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังมีกำลังใช้จ่ายสูง แทนที่จะเน้นการทำตลาดเพื่อดึงปริมาณคนจำนวนมากเหมือนในอดีต ซึ่งอาจไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืนในระยะยาวหากกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างถูกบีบด้วยปัญหาค่าครองชีพ

นอกจากนี้ ผลสำรวจ Deloitte Summer Travel Survey ประจำปี 2026 ยังพบว่า ชาวอเมริกันจำนวนน้อยลงที่เลือกพักแรมในที่พักแบบมีค่าใช้จ่ายในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากปัญหาเรื่องต้นทุน แต่กลุ่มคนที่เดินทางกลับมีงบประมาณในการใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิมตอกย้ำให้เห็นถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแบบเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณอย่างชัดเจน

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้