โฆษก 10 Downing Street ยืนยันผลลงประชามติ Brexit ถูกต้องตามกฎหมาย
รัฐบาลอังกฤษยืนยันผลประชามติ Brexit ปี 2016 มีความชอบธรรม แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องรัสเซียพยายามแทรกแซง ด้าน Boris Johnson และ Nigel Farage ออกมาโต้เดือด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- No 10 ยืนยันผลประชามติ Brexit ปี 2016 มีความชอบธรรมและยอมรับผลที่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
- โฆษกเผยว่าเป็นไปไม่ได้ที่รัสเซียจะไม่พยายามใช้ประโยชน์ แต่เชื่อว่าไม่สำเร็จ
- Boris Johnson อ้างหน่วยข่าวกรองเคยระบุว่าไม่มีหลักฐานการแทรกแซงที่สำเร็จในปี 2016
- Nigel Farage ประณามข้อกล่าวหาดังกล่าวและพาดพิง Andy Burnham ว่ามีความคิดล้า로나
ทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ณ เลขที่ 10 Downing Street ออกมาแถลงการณ์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ผลการลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit เมื่อปี 2016 นั้นมีความถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีกระแสข่าวและความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ระบุว่ารัสเซียมีความพยายามที่จะเข้ามาแทรกแซงและสร้างอิทธิพลต่อผลลัพธ์ก็ตาม
ประเด็นดังกล่าวร้อนระอุขึ้นหลังจากมีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหมู่ นักการเมืองอังกฤษ โดยทางโฆษกประจำทำเนียบรัฐบาลได้ตอบคำถามต่อสื่อมวลชนหลายครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นและยอมรับผลการลงประชามติครั้งนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้จะยอมรับว่ารัสเซียอาจมีความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านอดีตนายกรัฐมนตรี Boris Johnson ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า ในปี 2016 ตอนที่เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานด้านความมั่นคงเคยรายงานยืนยันชัดเจนว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่ารัสเซียหรือชาติอื่นสามารถแทรกแซงความสำเร็จของการลงประชามติในครั้งนั้นได้จริง พร้อมตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของผู้ที่ออกมาเปิดประเด็นนี้
ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ ข้อถกเถียงเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งหรือการลงประชามติจากต่างชาติ เช่น กรณี Brexit ปี 2016 หรือการเลือกตั้งสหรัฐฯ มักเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองระดับชาติมาโดยตลอด เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่างการปฏิบัติการข่าวสาร (Influence Operations) ผ่านโซเชียลมีเดียกับการเปลี่ยนผลคะแนนจริงนั้นพิสูจน์ได้ยาก การที่รัฐบาลอังกฤษยืนยันความชอบธรรมของผลโหวตควบคู่ไปกับการยอมรับว่ามีความพยายามแทรกแซง จึงเป็นการพยายามรักษารอยต่อระหว่างความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงยุคใหม่ไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญในขบวนการ Brexit อย่าง Nigel Farage ได้ออกมาโจมตีคำกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีกล่าวเท็จ และยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงจากรัสเซียเกิดขึ้นจริง เป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมาซ้ำๆ เท่านั้น นอกจากนี้ สมาชิกสภาเงาอย่าง Katie Lam ยังได้ส่งจดหมายถึง Angela Rayner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงชุมชน โดยเตือนว่าการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอาจเป็นการสร้างความเคลือบแคลงสงสัยต่อความโปร่งใสของกระบวนการประชาธิปไตยที่ได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ
"The prime minister is a liar, yes, a liar. There was no Russian interference - the Russian hoax has run all the way through this."
Nigel Farage
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 คณะกรรมาธิการรัฐสภาอังกฤษเคยเผยแพร่รายงานระบุว่า รัฐบาลในขณะนั้นล้มเหลวในการประเมินและรับมือกับภัยคุกคามจากบัญชีปลอมหรือ Troll ของรัสเซียอย่างเต็มที่ ขณะที่ทบทวนนโยบายล่าสุดในปีนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงเดินหน้าตรวจสอบอิทธิพลจากต่างชาติที่มุ่งทำลายความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงสะท้อนที่หลากหลายจากทุกภาคส่วน
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น