สว.ไชยยงค์ หวั่นแรงงานไทยในมาเลเซียเสี่ยงสูญ 2 แสนคน
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. เผยแรงงานไทยในมาเลเซียกว่า 2 แสนคนจ่อไร้ที่ยืน หลังทางการมาเลเซียกวาดล้างคนไม่มีใบอนุญาต ทำเงินสะพัดหายปีละ 2 แสนล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สว.ไชยยงค์เตือนแรงงานไทยในมาเลเซียเสี่ยงสูญหายกว่า 200,000 คน
- มาเลเซียเข้มงวดกวาดล้างแรงงานไร้ใบอนุญาต ส่งผลเหลือผู้มีใบอนุญาตเพียง 12,629 คน
- เงินตราเข้าประเทศจากแรงงานกลุ่มนี้มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทต่อปีเสี่ยงเป็นศูนย์
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลของกลุ่มแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งในอดีตเคยมีตัวเลขผู้เข้าไปทำงานทั้งแบบมีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาตมากกว่า 200,000 คน โดยกลุ่มแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกระจายตัวอยู่ตามรัฐต่างๆ ของมาเลเซีย
สำหรับกิจการที่พบแรงงานไทยมากที่สุดคือร้านอาหารหรือร้าน "ต้มยำกุ้ง" ซึ่งมีทั้งสถานะเจ้าของกิจการและลูกจ้าง โดยแรงงานเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัวที่มีฐานะยากจนในบ้านเกิดปีละไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท เนื่องจากประสบปัญหาว่างงานจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันมีความตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียประกาศใช้มาตรการเข้มงวดกวาดล้างแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขอรับใบอนุญาตที่สูงมากจนแรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับภาระไหว ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือแรงงานไทยที่มีใบอนุญาตถูกต้องเพียง 12,629 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องหลบซ่อนและเผชิญกับการจับกุมเป็นระยะ
"รัฐบาลมาเลเซีย มีการเข้มงวดแรงงานจากประเทศไทย โดยเฉพาะแรงงานที่ ไม่มีอนุญาตในการทำงาน ซึ่งการขอใบอนุญาตการทำงานมีราคาแพงมาก ทำให้คนงานไทยไม่มีความสามารถ ที่จะขอใบอนุญาตได้"
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
นายไชยยงค์ระบุว่า ทางการมาเลเซียได้ประกาศเตือนให้แรงงานไร้ใบอนุญาตเดินทางออกจากประเทศ พร้อมตรวจสอบสถานประกอบการและภาคธุรกิจอย่างจริงจัง การกวาดล้างครั้งนี้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานไทย จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจากับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อขอวีซ่าทำงานหรือเวิร์กเพอร์มิทเป็นกรณีพิเศษสำหรับคนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
บริบทความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย: พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความใกล้ชิดกับมาเลเซียทั้งด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ประกอบกับการเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความต้องการแรงงานต่างชาติสูง ทำให้การผลักดันให้แรงงานไทยสามารถเดินทางไปทำงานได้อย่างถูกกฎหมายมีต้นทุนต่ำกว่าการส่งแรงงานไปประเทศอื่น การเจรจาทวิภาคีจึงเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนในพื้นที่ระยะยาว
ที่ผ่านมา แม้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และพรรคการเมืองบางพรรคจะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลกลางมาเลเซีย สว.ไชยยงค์จึงย้ำว่านี่คือภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันในการให้ความสำคัญและเจรจาอย่างจริงจัง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น