เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ลุยน้ำท่วมกาญจนบุรี เร่งเยียวยาประกันภัยพิบัติ
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามอุทกภัยใน จ.กาญจนบุรี เมื่อ 12 ต.ค. 69 สั่งเร่งเยียวยาแยกความเสียหายก่อน-หลัง 1 ต.ค. พร้อมเดินหน้าโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่น้ำท่วม จ.กาญจนบุรี เมื่อ 12 ต.ค. 69
- สั่งกรมโยธาธิการและผังเมืองออกแบบแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวใช้เวลาประมาณ 360 วัน
- กำชับแยกข้อมูลความเสียหายก่อนและหลัง 1 ต.ค. เพื่อรองรับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
- สั่งการ กปภ. ขยายเขตน้ำประปาชุมชนจัดสรรวัดเหนือครอบคลุมเทศบาลเมืองกาญจนบุรีและปากแพรก
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรีและอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและความคืบหน้าของแผนรับมือภัยพิบัติ เพื่อนำข้อมูลกลับมารายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่เพื่อประสานความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
นายเจเศรษฐ์เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ โดยจังหวัดกาญจนบุรีได้ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ทางด้านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม การจัดเตรียมศูนย์พักพิง ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวในพื้นที่ นายเจเศรษฐ์ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาโดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 360 วันนับจากนี้ เพื่อสร้างระบบป้องกันภัยที่มีความยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำการแยกข้อมูลความเสียหายก่อนและหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์การเยียวยาและประกันภัย ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงรองรับเงื่อนไขความคุ้มครองภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติสำหรับประชาชนอีกด้วย
โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในประเทศไทย โดยช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของรัฐบาลและประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ การกำหนดเกณฑ์แยกความเสียหายก่อนและหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จึงเป็นขั้นตอนทางกฎหมายและการบริหารจัดการที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณและการชดเชยจากกรมธรรม์มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่
นอกจากนี้ รมช.มหาดไทยยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือระหว่างเหตุน้ำท่วมและน้ำล้อมให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือได้อย่างเป็นธรรม อีกทั้งยังได้สั่งการให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งขยายเขตจำหน่ายน้ำประปาในชุมชนจัดสรรวัดเหนือให้ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองกาญจนบุรีและเทศบาลเมืองปากแพรก เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ
ในตอนท้าย นายเจเศรษฐ์ได้ฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันอัปเดตและสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความกังวล และเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น