ซาอุดีอาระเบียลั่นตอบโต้อย่างรุนแรงหลังกลุ่มฮูตีโจมตีสนามบิน
เจ้าชายอับดุลอะซิซ บิน ซัลมาน ให้คำมั่นตอบโต้กลุ่มฮูตีหลังเหตุโจมตีสนามบินในริยาดและดัมมาม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เจ้าชายอับดุลอะซิซ บิน ซัลมาน ให้คำมั่นตอบโต้อย่างจริงจังต่อเหตุโจมตีสนามบิน
- เหตุโจมตีอาคารผู้โดยสารในสนามบินนานาชาติคิงคาลิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
- กลุ่มฮูตีอ้างว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้การใช้กำลังทหารในเยเมน
- เลขาธิการสหประชาชาติประณามการโจมตีเป้าหมายพลเรือนว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการซาอุดีอาระเบียออกมาประกาศกร้าวว่าจะมีการตอบโต้อย่างจริงจังต่อเหตุการณ์โจมตีสนามบินหลายแห่งโดยกลุ่มกบฏฮูตีจากเยเมน ซึ่งสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
เจ้าชายอับดุลอะซิซ บิน ซัลมาน ทรงกล่าวต่อที่ประชุม WPC Energy Congress ในกรุงริยาด ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีความรุนแรงมาก และการตอบสนองจากทางการซาอุดีอาระเบียจะต้องมีความจริงจังในระดับเดียวกัน พร้อมทั้งขอบคุณผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายที่เดินทางมาร่วมงานท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ย้อนกลับไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุโจมตีระลอกใหญ่ที่สนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยในวันอาทิตย์ พลเมืองชาวปากีสถานเสียชีวิตจากเหตุโจมตีอาคารผู้โดยสาร ขณะที่วันก่อนหน้า ขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีพุ่งชนอาคารผู้โดยสารอีกแห่งจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย และต้องสั่งปิดทำการชั่วคราว นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงฟาฮัด ในเมืองดัมมาม ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเช่นกัน
เหตุการณ์โจมตีสนามบินพลเรือนในซาอุดีอาระเบียครั้งนี้สะท้อนถึงการยกระดับความขัดแย้งที่ลุกลามมาจากสงครามกลางเมืองในเยเมน ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2014 และมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลในทะเลแดงเริ่มได้รับผลกระทบจากการปิดล้อมทางทะเลและการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดพลังงานโลกในวงกว้าง
ทางด้านโฆษกทหารของกลุ่มฮูตี ยาห์ยา ซารีอา แถลงผ่านวิดีโอยืนยันว่ากองกำลังของตนได้ยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีสนามบินในริยาดและดัมมาม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันและก๊าซในจังหวัดทางตะวันออก เพื่อเป็นการตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียในเยเมน พร้อมทั้งออกคำเตือนถึงสายการบินและผู้โดยสารให้หลีกเลี่ยงการใช้สนามบินและน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย
"เหตุการณ์ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีความรุนแรงมาก การตอบสนองของเราต้องมีความจริงจังไม่แพ้กัน"
เจ้าชายอับดุลอะซิซ บิน ซัลมาน
วิกฤตครั้งนี้ดึงดูดเสียงประณามจากนานาชาติ โดยเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูแตร์เรส แสดงความตกใจอย่างยิ่งและเตือนว่าการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ในขณะที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียและกองกำลังผสมยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อกดดันกลุ่มฮูตีต่อไป
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น