ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Meta เปิดตัว Muse Wonder โมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้ารุ่นแรก

Meta Superintelligence Lab เปิดตัว Muse Wonder และ Muse Wonder Full โมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นแรก ประมวลผลเก่งขึ้น พร้อมชนคู่แข่งในตลาด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Meta เปิดตัว Muse Wonder โมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้ารุ่นแรก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Meta Superintelligence Lab เปิดตัว Muse Wonder และ Muse Wonder Full โมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นแรก
  • ทำคะแนนเบนช์มาร์กใกล้เคียงกับ Fable 5.1 และ GPT-6 Astra โดดเด่นด้านการเขียนโค้ด
  • รุ่น Wonder Full เปิดให้ใช้งานเฉพาะสมาชิก Muse Code เท่านั้น ไม่รองรับผ่าน API
  • ฝึกฝนและประมวลผลจากศูนย์ข้อมูล Prometheus ในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา

Meta เปิดฉากก้าวสำคัญในวงการปัญญาประดิษฐ์ด้วยการเปิดตัวโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นแรกอย่างเป็นทางการ โดยพัฒนาผ่านหน่วยงาน Superintelligence Lab ซึ่งนำเสนอออกมาในสองขนาด ได้แก่ Muse Wonder และ Muse Wonder Full การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความสามารถครั้งใหญ่ หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทเคยส่งโมเดลขนาดเล็กอย่าง Muse Spark ออกสู่ตลาดเพื่อเน้นความเร็วในการประมวลผลและการตอบสนองที่รวดเร็ว

โมเดลในตระกูล Wonder ถูกออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความสามารถในการประมวลผลที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการของ Meta ระบุว่าโมเดลรุ่นนี้ทำคะแนนในการทดสอบมาตรฐาน (Benchmarks) ได้สูงในระดับเดียวกับคู่แข่งระดับแถวหน้าอย่าง Fable 5.1 และ GPT-6 Astra โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนสูงอย่างเช่นการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์

$4ค่าบริการอินพุตต่อล้านโทเค็นผ่าน API
$20ค่าบริการเอาต์พุตต่อล้านโทเค็นผ่าน API

ในด้านโครงสร้างราคาสำหรับการเข้าใช้งานผ่าน Meta Model API กำหนดไว้ที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อการประมวลผลอินพุตหนึ่งล้านโทเค็น และ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อการประมวลผลเอาต์พุตหนึ่งล้านโทเค็น ซึ่งมีอัตราค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับโมเดลอย่าง GPT-6 Sol และ Opus 5.5 อย่างไรก็ตาม สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง Muse Wonder Full ทางบริษัทกำหนดเงื่อนไขว่าจะให้บริการเฉพาะผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก Muse Code เท่านั้นและจะไม่เปิดให้บริการผ่านช่องทาง API ปกติ โดยทั้งสองรุ่นจะถูกนำไปใช้เป็นขุมพลังขับเคลื่อนระบบตัวแทนอัจฉริยะ Muse agent ต่อไป

artificial intelligence server room technology lab United States

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จุดเด่นอีกประการที่ทาง Meta ให้ความสำคัญคือความสามารถในการจดจำและเรียนรู้ระยะยาว โดยอ้างอิงผลการทดสอบจาก MemoryBench ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวัดความสามารถด้านการเรียนรู้ต่อเนื่องและการสร้างระบบความจำ ผลปรากฏว่า Muse Wonder ทำคะแนนได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Fable, Opus และ Astra ในด้านการรักษาข้อมูลสำคัญ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เราทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาลเพื่อให้มั่นใจว่าโมเดลของคุณจะสามารถจดจำสิ่งสำคัญสำหรับคุณได้ตลอดหลายวัน สัปดาห์ เดือน และยาวนานกว่านั้น"

Kavya Kopparapu นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ของ Meta

การปล่อยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าในครั้งนี้ นับเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญนับตั้งแต่การปรับโครงสร้างทีม AI ของ Meta ครั้งใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของ Alexandr Wang ผู้ก่อตั้ง Scale AI ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทเน้นไปที่การพัฒนาโมเดลขนาดเล็กและระบบเอเจนต์มากกว่าการแข่งขันในตลาดโมเดลขนาดใหญ่

การเปิดตัว Muse Wonder สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Meta ในการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาโมเดลขนาดเล็กที่เน้นความเร็ว สู่การแข่งขันในตลาดโมเดลขนาดใหญ่ (Frontier Models) ที่ต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลสูงมาก การเลือกใช้ศูนย์ข้อมูล Prometheus ในรัฐโอไฮโอแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ที่บริษัทลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับงานประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

สำหรับกระบวนการฝึกฝนโมเดลชุดนี้ดำเนินการที่ศูนย์ข้อมูล Prometheus ของ Meta ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเพิ่งเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้