สุทิน ท้า ไทกร งัดหลักฐานปมดีลลับแดง-เขียว ชี้พูดลอยๆ สร้างความสับสนให้สังคม
สุทิน คลังแสง ออกโรงโต้วาทะ ไทกร พลสุวรรณ ปมดีลลับเปลี่ยนตัวนายกฯ จี้ต้องมีหลักฐานชัดเจนเพื่อความน่าเชื่อถือ เตือนการพูดลอยๆ กระทบความเชื่อมั่นทางการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สุทิน คลังแสง โต้กระแสข่าวดีลลับแดง-เขียวเปลี่ยนตัวนายกฯ ของไทกร พลสุวรรณ
- ท้าให้นำหลักฐานและรายละเอียดมายืนยันให้ชัดเจนหากต้องการความน่าเชื่อถือ
- ชี้การกล่าวหาแบบลอยๆ สร้างความสับสนและบั่นทอนความเชื่อมั่นทางการเมือง
- เตือนหากไม่มีหลักฐานประกอบในอนาคตคำพูดจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคม
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันที เมื่อ สุทิน คลังแสง ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ ไทกร พลสุวรรณ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับดีลลับระหว่างขั้วการเมืองสีแดงและสีเขียว เพื่อหวังผลในการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวสร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาลโดยตรง
นายสุทินได้กล่าวถึงพฤติกรรมของนายไทกรในอดีตที่ผ่านมา โดยระบุว่าอีกฝ่ายมักจะขยันออกมาพูดคุยหรือให้สัมภาษณ์ในทำนองนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งในบรรดาเรื่องที่เคยพูดออกมานั้น มีทั้งกรณีที่เกิดขึ้นจริงและกรณีที่ไม่เป็นความจริงปะปนกันไป ดังนั้น สำหรับประเด็นดีลลับเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลครั้งนี้ จึงยังไม่สามารถปักใจเชื่อถือได้ทันทีในมุมมองส่วนตัว
"การพูดครั้งนี้หากอยากให้ประชาชนเชื่อถือคำพูด นายไทกรต้องพูดให้ละเอียดและมีหลักฐานบ่งชี้มากกว่านี้ เพราะการพูดลอยๆ ทำให้สังคมสับสนและสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนประเทศ"
สุทิน คลังแสง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรายนี้ยังได้ฝากคำเตือนไปยังนายไทกรอย่างตรงไปตรงมาว่า หากปรารถนาให้สังคมและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองนำมาเปิดเผย ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำเอาหลักฐานและข้อบ่งชี้ต่างๆ ออกมาแสดงให้เห็นกันแบบจะแจ้ง ไม่ควรเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ที่ไม่มีน้ำหนักมารองรับ
ในบริบทการเมืองไทย ข่าวลือเรื่องดีลลับหรือการเปลี่ยนตัวผู้นำมักถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างกระแสในช่วงที่สถานการณ์มีความเปราะบาง การที่นักการเมืองหรือผู้เคลื่อนไหวออกมาเรียกร้องหาหลักฐานเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องเสถียรภาพของรัฐบาล และลดทอนผลกระทบจากข่าวสารที่อาจไม่มีมูลความจริง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกหรือบิดเบือนทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองในภาพรวมได้
ในช่วงท้าย นายสุทินยังได้เน้นย้ำถึงผลกระทบระยะยาวว่า การออกมาให้ข่าวในลักษณะเลื่อนลอยไม่มีหลักฐานสนับสนุน นอกจากจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในหมู่ประชาชนแล้ว ยังส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมของประเทศ และในท้ายที่สุดหากยังคงพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป คำพูดหรือการออกมาให้สัมภาษณ์ของนายไทกรก็จะไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือในสายตาของสังคมอีกต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น