ข้ามไปเนื้อหาหลัก

หญิงเพนซิลเวเนียวัย 39 ปี ไม่ฉีดวัคซีน เสียชีวิตรายที่ 6 จากโรคหัด

เจ้าหน้าที่สาธารณรัฐรัฐเพนซิลเวเนียรายงานผู้ป่วยโรคหัด 1,136 ราย ใน 41 เคาน์ตี โดยหญิงวัย 39 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีนกลายเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 6 ของการระบาดระลอกนี้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: Ars Technica2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
หญิงเพนซิลเวเนียวัย 39 ปี ไม่ฉีดวัคซีน เสียชีวิตรายที่ 6 จากโรคหัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • หญิงวัย 39 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีนเสียชีวิตเป็นรายที่ 6 จากโรคหัดในเพนซิลเวเนีย
  • ยอดผู้ป่วยสะสมพุ่งถึง 1,136 ราย กระจายใน 41 เคาน์ตี ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา
  • โรคหัดเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐระดับรัฐได้ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมจากการระบาดครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6 รายแล้ว โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดคือหญิงวัย 39 ปี ซึ่งไม่มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคหัดมาก่อนแต่อย่างใด

measles virus awareness medical research laboratory

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จากการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขผู้ป่วยโรคหัดสะสมทั่วทั้งรัฐได้พุ่งสูงถึง 1,136 รายแล้ว โดยการแพร่ระบาดไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ได้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปครอบคลุมพื้นที่มากถึง 41 เคาน์ตีทั่วรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อโรคอันรวดเร็วของไวรัสโรคหัดในกลุ่มประชากรที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน

โรคหัดเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อไวรัสที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูงที่สุดในโลก สามารถติดต่อผ่านทางละอองฝอยในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจาม เชื้อไวรัสยังคงลอยอยู่ในอากาศหรือเกาะอยู่บนพื้นผิวได้นานถึง 2 ชั่วโมง แม้ผู้ป่วยจะออกจากห้องไปแล้ว การที่เพนซิลเวเนียพบผู้ป่วยทะลุหลักพันรายและมีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มประชากรที่ยังไม่ได้รับวัคซีน MMR (หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน) ซึ่งองค์การอนามัยโลกย้ำว่าต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยอัตราการรับวัคซีนสูงถึง 95% จึงจะสามารถป้องกันการระบาดใหญ่ในชุมชนได้

หน่วยงานด้านสุขภาพและสาธารณสุขในพื้นที่ต่างเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส รีบเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน เนื่องจากวัคซีนถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความรุนแรงของโรค ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: Ars Technica

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้