IMF–World Bank 2026: นายจ้างลดจ้างงาน 10% หลัง AI บูม
ผลศึกษาจากประกาศรับสมัครงาน 700 ล้านรายการชี้ นายจ้างลดความต้องการแรงงานในจุดที่ AI ทำแทนได้ 10% แต่ยังต้องการคนทำงานที่ใช้ AI เป็น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- IMF วิเคราะห์ข้อมูลประกาศรับสมัครงาน 700 ล้านรายการทั่วโลก
- นายจ้างลดความต้องการแรงงานในกลุ่มอาชีพที่ AI ช่วยได้ลง 10%
- ความต้องการทักษะ AI แบ่งออกเป็น 3 ระดับตั้งแต่พื้นฐานถึงการเชื่อมโยงองค์กร
- ประเทศไทยเผชิญความท้าทายสองด้านทั้งประชากรลดลงและผลกระทบจาก AI
การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 เผยผลการศึกษาตลาดแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์จาก Divya Kirti นักวิจัยของ IMF ซึ่งได้นำข้อมูลประกาศรับสมัครงานทั่วโลกกว่า 700 ล้านรายการมาวิเคราะห์เพื่อดูว่านายจ้างกำลังปรับตัวอย่างไรหลังจากเทคโนโลยี AI พัฒนาก้าวกระโดด
ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์สะท้อนภาพที่ดูคล้ายจะขัดแย้งกันในทีแรก โดยด้านหนึ่งนายจ้างเริ่มปรับลดความต้องการแรงงานในอาชีพที่ AI เข้ามาช่วยทำงานได้ดีลงราว 10% เปรียบเทียบกับกลุ่มงานที่ AI ยังมีประโยชน์น้อย แต่ในอีกด้านหนึ่งนายจ้างก็ยังคงต้องการกำลังคนในกลุ่มอาชีพเหล่านี้อยู่ ไม่ได้เลิกจ้างจนหมดสิ้นแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตัวเลขการลดลง 10% นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 และเริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 2024 ถึง 2025 โดยเฉพาะในอาชีพที่ AI เข้ามาช่วยเขียนโค้ดหรือจัดการงานประจำได้ดี ขณะที่งานที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบทและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังคงมีความต้องการใกล้เคียงเดิม ที่สำคัญตัวเลขนี้วัดจากความต้องการรับสมัครงาน ไม่ได้หมายความว่ามีอัตราคนตกงานเพิ่มขึ้น 10% ทันที
ข้อมูลนี้นับเป็นมุมมองที่ช่วยคลายความกังวลเรื่องการถูก AI แย่งงานแบบเบ็ดเสร็จได้ในระดับหนึ่ง เพราะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ในทันที แต่เป็นการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติที่ตลาดต้องการ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองหาแรงงานที่รู้เท่าทันและสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือใหม่ ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการปฏิเสธเทคโนโลยี
ในการตอบคำถามบนเวที Kirti ได้จำแนกทักษะด้าน AI ที่ตลาดต้องการออกเป็น 3 ระดับหลัก เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและภาคการศึกษาเข้าใจทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย:
- ระดับที่ 1 ความคุ้นเคยพื้นฐานและการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวัน
- ระดับที่ 2 ความเชี่ยวชาญขั้นสูง เช่น การเขียน Prompt หรือการใช้งาน AI Agents หลายขั้นตอน
- ระดับที่ 3 ความสามารถในการเชื่อมโยง AI เข้ากับองค์ความรู้และฐานข้อมูลภายในองค์กร
เมื่อมองในภาพรวมระดับประเทศ ผลกระทบดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยประเทศรายได้สูงมีสัดส่วนงานที่ AI ช่วยได้มากกว่าประกอบกับกำลังเผชิญปัญหาสังคมสูงวัย AI จึงเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่วนประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบทางตรงน้อยกว่าในระยะแรกเพราะแรงงานยังอยู่ในภาคเกษตร แต่มีความท้าทายเรื่องการสร้างงานใหม่สำหรับประชากรวัยหนุ่มสาว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับประเทศไทย กราฟข้อมูลในการประชุมระบุว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่การเติบโตของประชากรวัยทำงานติดลบ ขณะที่ผลกระทบจาก AI ต่อความต้องการแรงงานรวมก็อยู่ในแดนลบเช่นกัน สะท้อนความท้าทายรอบด้านที่ภาครัฐและภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัว ทั้งการติดตามความต้องการทักษะจริงจากตลาดและการเตรียมพร้อมให้แรงงานสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ได้ในอนาคต
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น