ข้ามไปเนื้อหาหลัก

IMF–World Bank 2026: นายจ้างลดจ้างงาน 10% หลัง AI บูม

ผลศึกษาจากประกาศรับสมัครงาน 700 ล้านรายการชี้ นายจ้างลดความต้องการแรงงานในจุดที่ AI ทำแทนได้ 10% แต่ยังต้องการคนทำงานที่ใช้ AI เป็น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
IMF–World Bank 2026: นายจ้างลดจ้างงาน 10% หลัง AI บูม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • IMF วิเคราะห์ข้อมูลประกาศรับสมัครงาน 700 ล้านรายการทั่วโลก
  • นายจ้างลดความต้องการแรงงานในกลุ่มอาชีพที่ AI ช่วยได้ลง 10%
  • ความต้องการทักษะ AI แบ่งออกเป็น 3 ระดับตั้งแต่พื้นฐานถึงการเชื่อมโยงองค์กร
  • ประเทศไทยเผชิญความท้าทายสองด้านทั้งประชากรลดลงและผลกระทบจาก AI

การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 เผยผลการศึกษาตลาดแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์จาก Divya Kirti นักวิจัยของ IMF ซึ่งได้นำข้อมูลประกาศรับสมัครงานทั่วโลกกว่า 700 ล้านรายการมาวิเคราะห์เพื่อดูว่านายจ้างกำลังปรับตัวอย่างไรหลังจากเทคโนโลยี AI พัฒนาก้าวกระโดด

ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์สะท้อนภาพที่ดูคล้ายจะขัดแย้งกันในทีแรก โดยด้านหนึ่งนายจ้างเริ่มปรับลดความต้องการแรงงานในอาชีพที่ AI เข้ามาช่วยทำงานได้ดีลงราว 10% เปรียบเทียบกับกลุ่มงานที่ AI ยังมีประโยชน์น้อย แต่ในอีกด้านหนึ่งนายจ้างก็ยังคงต้องการกำลังคนในกลุ่มอาชีพเหล่านี้อยู่ ไม่ได้เลิกจ้างจนหมดสิ้นแต่อย่างใด

data analytics dashboard workplace office desk computer screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

700ล้านประกาศรับสมัครงานที่ถูกนำมาวิเคราะห์
10%ความต้องการแรงงานที่ลดลงในกลุ่มงานที่ AI ทำแทนได้

ตัวเลขการลดลง 10% นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 และเริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 2024 ถึง 2025 โดยเฉพาะในอาชีพที่ AI เข้ามาช่วยเขียนโค้ดหรือจัดการงานประจำได้ดี ขณะที่งานที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบทและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังคงมีความต้องการใกล้เคียงเดิม ที่สำคัญตัวเลขนี้วัดจากความต้องการรับสมัครงาน ไม่ได้หมายความว่ามีอัตราคนตกงานเพิ่มขึ้น 10% ทันที

ข้อมูลนี้นับเป็นมุมมองที่ช่วยคลายความกังวลเรื่องการถูก AI แย่งงานแบบเบ็ดเสร็จได้ในระดับหนึ่ง เพราะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ในทันที แต่เป็นการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติที่ตลาดต้องการ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองหาแรงงานที่รู้เท่าทันและสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือใหม่ ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการปฏิเสธเทคโนโลยี

ในการตอบคำถามบนเวที Kirti ได้จำแนกทักษะด้าน AI ที่ตลาดต้องการออกเป็น 3 ระดับหลัก เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและภาคการศึกษาเข้าใจทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย:

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • ระดับที่ 1 ความคุ้นเคยพื้นฐานและการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวัน
  • ระดับที่ 2 ความเชี่ยวชาญขั้นสูง เช่น การเขียน Prompt หรือการใช้งาน AI Agents หลายขั้นตอน
  • ระดับที่ 3 ความสามารถในการเชื่อมโยง AI เข้ากับองค์ความรู้และฐานข้อมูลภายในองค์กร

เมื่อมองในภาพรวมระดับประเทศ ผลกระทบดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยประเทศรายได้สูงมีสัดส่วนงานที่ AI ช่วยได้มากกว่าประกอบกับกำลังเผชิญปัญหาสังคมสูงวัย AI จึงเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่วนประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบทางตรงน้อยกว่าในระยะแรกเพราะแรงงานยังอยู่ในภาคเกษตร แต่มีความท้าทายเรื่องการสร้างงานใหม่สำหรับประชากรวัยหนุ่มสาว

business professional meeting room presentation daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับประเทศไทย กราฟข้อมูลในการประชุมระบุว่าไทยอยู่ในกลุ่มที่การเติบโตของประชากรวัยทำงานติดลบ ขณะที่ผลกระทบจาก AI ต่อความต้องการแรงงานรวมก็อยู่ในแดนลบเช่นกัน สะท้อนความท้าทายรอบด้านที่ภาครัฐและภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัว ทั้งการติดตามความต้องการทักษะจริงจากตลาดและการเตรียมพร้อมให้แรงงานสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ได้ในอนาคต

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้