Postcard Hotel 2026: ขยายสู่เมืองใหญ่พร้อมคลับส่วนตัว
Postcard Hotel แบรนด์ลักชัวรีของอินเดีย เตรียมบุกเมืองใหญ่ นำโดยซีอีโอ กบิล โชปรา ชูโมเดลโรงแรมห้องสวีทและคลับส่วนตัวในตัว ราคา 60,000 รูปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Postcard Hotel เตรียมขยายแบรนด์สู่ย่านธุรกิจในเมืองใหญ่ของอินเดียเป็นครั้งแรก
- ชูคอนเซปต์โรงแรมขนาดเล็กไม่ถึง 100 ห้องแบบห้องสวีททั้งหมด พร้อมคลับส่วนตัวในตัว
- วางราคาห้องพักสูงราว 60,000 รูปีต่อคืน ซึ่งสูงกว่าโรงแรมหรูทั่วไปในตลาดเท่าตัว
- ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักจุดคุ้มทุนเมืองใหญ่ที่ 30% ถึง 40% และกำไรจากการดำเนินงานกว่า 50%
เดอะ โพสต์คาร์ด โฮเทล (The Postcard Hotel) แบรนด์โรงแรมหรูสัญชาติอินเดียที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2018 โดยอดีตประธานเครือโรงแรมโอเบรอย กบิล โชปรา (Kapil Chopra) กำลังเตรียมแผนการครั้งใหญ่ในการนำแบรนด์ก้าวเข้าสู่เขตธุรกิจใจกลางเมืองใหญ่ หลังจากที่ผ่านมาเน้นการเปิดให้บริการรีสอร์ตพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและพื้นที่ห่างไกลมาโดยตลอด
จากการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว Skift นายกบิล โชปรา เปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังพัฒนาโมเดลโรงแรมรูปแบบใหม่สำหรับพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งจะประกอบด้วยโรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักไม่ถึง 100 ห้อง โดยเน้นรูปแบบห้องสวีทเกือบทั้งหมด และมีการออกแบบพื้นที่คลับสำหรับสมาชิกส่วนตัว (private members' club) 1 แห่งรวมไว้ภายในตัวอาคารตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่การต่อเติมภายหลัง
สำหรับทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างการพิจารณานั้น ทางผู้บริหารระบุว่ากำลังเล็งเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กรุงนิวเดลี มุมไบ เบงกาลูรู และไฮเดอราบาด โดยปัจจุบันทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาในพื้นที่ 3 แห่งแล้ว
ในด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ โมเดลใหม่นี้จะเน้นการทำรายได้จากราคาต่อห้องที่สูงแทนที่จะเน้นปริมาณห้องพักจำนวนมาก โดยโชปรากล่าวว่าเขาเลือกบริหารห้องพัก 100 ห้องในราคาราว 60,000 รูปีต่อคืน ดีกว่าการบริหารห้องพัก 300 ห้องในราคา 20,000 รูปี ตัวเลขราคานี้สูงกว่าอัตราค่าห้องเฉลี่ยของโรงแรมระดับบนสุดในเดลีและมุมไบที่มักจะอยู่ราว 25,000 ถึง 30,000 รูปีต่อคืนอย่างเห็นได้ชัด
"The Postcard Hotel will come to the city in a financially workable format"
Kapil Chopra

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การรุกตลาดเมืองใหญ่ของ Postcard Hotel ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากโมเดลเดิมที่เน้นรีสอร์ตพักผ่อนเงียบสงบ 12 แห่ง เช่น ชายหาดในกัว ไร่ชาในอัสซัม หรือป่าในคุชราต การเพิ่มคลับส่วนตัวเข้ามาในโรงแรมระดับลักชัวรีถือเป็นการตอบ 3 โจทย์ท้าทาย ทั้งเรื่องการสร้างรายได้เสริมจากสมาชิก การสร้างคอมมิวนิตีของคนท้องถิ่นระดับไฮโซ และการปิดจุดอ่อนที่แขกของโรงแรมมักจะต้องไปพักโรงแรมคู่แข่งเมื่อต้องแวะพักต่อเครื่องในเมืองใหญ่ก่อนเดินทางมารีสอร์ต
อย่างไรก็ตาม การขยายกิจการสู่ใจกลางเมืองย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โชปราประเมินว่าอัตราการเข้าพักเพื่อคุ้มทุนของโรงแรมในเมืองจะอยู่ที่ 30% ถึง 40% ซึ่งสูงกว่าระดับราว 20% ที่เขาเคยระบุไว้สำหรับรีสอร์ตพักผ่อนของแบรนด์ เนื่องจากต้นทุนที่ดินและค่าดำเนินการในเขตธุรกิจเมืองใหญ่ย่อมสูงกว่าพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างชัดเจน
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น