สกรูเครื่องคั้นไซเดอร์ปี 1930 สู่เก้าอี้ประติมากรรมดีไซน์ล้ำ
Studio Jumel และ Ariane Ronot แปลงโฉมสกรูเครื่องคั้นแอปเปิ้ลฝรั่งเศสปี 1930 เป็นเก้าอี้ประติมากรรม LE PRESSOIR ผสมผสานไม้เก่าและอะลูมิเนียมขัดเงา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- LE PRESSOIR เก้าอี้ประติมากรรมจาก Studio Jumel ร่วมมือกับ Ariane Ronot
- นำสกรูไม้เครื่องคั้นไซเดอร์ฝรั่งเศสยุค 1930 มาใช้เป็นขาเก้าอี้ 4 ขา
- โครงสร้างอะลูมิเนียมหนา 3 มม. รูปทรงกากบาทสะท้อนลายดอกแอปเปิ้ล
- ขนาดเก้าอี้สูง 45 ซม. กว้างและลึก 42 ซม. ผสมผสานวัสดุเก่าและใหม่
การนำสิ่งของโบราณกลับมาสร้างสรรค์ใหม่มักสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการออกแบบเสมอ ล่าสุด Studio Jumel ได้ร่วมมือกับครีเอทีฟสาว Ariane Ronot ในการเนรมิตวัตถุโบราณอายุกว่าเกือบร้อยปีให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย โดยเลือกใช้วัตถุดิบหลักจากเครื่องคั้นน้ำแอปเปิ้ลหรือไซเดอร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งสะท้อนถึงรากเหง้าและประเพณีการปลูกแอปเปิ้ลในแคว้นนอร์ม็องดีอย่างเด่นชัด
ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า LE PRESSOIR โดยทีมนักออกแบบได้ถอดเอาชิ้นส่วนสกรูไม้ดั้งเดิมของเครื่องคั้นมาดัดแปลงทำเป็นขาเก้าอี้ทั้งสี่ขา ร่องรอยและความขรุขระตามกาลเวลาที่สะสมมานานหลายทศวรรษยังคงถูกรักษาไว้ครบถ้วน เพื่อคงไว้ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การเกษตร พร้อมทั้งนำมาเชื่อมเข้ากับโครงสร้างอะลูมิเนียมหนา 3 มิลลิเมตร ที่ถูกขึ้นรูปเป็นทรงกากบาทเพื่อยึดขาไม้เข้าด้วยกันอย่างมั่นคง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความโดดเด่นของดีไซน์นี้อยู่การตัดกันระหว่างพื้นผิวไม้เก่าที่ผ่านสภาพอากาศมาอย่างยาวนาน กับความประณีตเรียบเนียนของอะลูมิเนียมขัดผิวที่ผ่านกรรมวิธีพิเศษ ช่องว่างและการเจาะลายของโครงสร้างอะลูมิเนียมยังได้รับการออกแบบให้สื่อถึงรูปทรงของดอกแอปเปิ้ล ขณะที่เบาะนั่งมีเส้นสายแบบเกลียว (helical profile) ที่ล้อไปกับกลไกสกรูเดิมอย่างลงตัว
การนำวัสดุเหลือใช้หรือข้าวของเครื่องใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตร (agricultural artifacts) มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮend ถือเป็นเทรนด์การออกแบบที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) และการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะ การผสานวัสดุสองขั้วอย่างไม้เก่าแก่และอะลูมิเนียมสมัยใหม่ไม่เพียงแต่สร้างความต่างทางสัมผัส แต่ยังเป็นการต่ออายุให้วัตถุดิบที่อาจกลายเป็นขยะให้กลับมามีคุณค่าทางฟังก์ชันและสุนทรียศาสตร์อีกครั้ง
ในแง่ของขนาดเก้าอี้ LE PRESSOIR มีความสูง 45 เซนติเมตร พร้อมความกว้างและลึกเท่ากันที่ 42 เซนติเมตร ถือเป็นขนาดที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันควบคู่ไปกับการเป็นงานศิลปะประติมากรรมตั้งโชว์ในพื้นที่อยู่อาศัย งานชิ้นนี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาชนบทในอดีตกับงานโลหะวิทยาร่วมสมัยได้อย่างไร้รอยต่อ
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น