ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พลพีร์ ลุยสอบโรงงานสารเคมีรั่ว จ.ปราจีนบุรี โยงนอมินี

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เผยผลสอบโรงงานสารเคมีรั่ว จ.ปราจีนบุรี พบโยงนอมินีและนามสกุลดัง จ่อประสาน ปปง. ลุยสอบเส้นเงิน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
พลพีร์ ลุยสอบโรงงานสารเคมีรั่ว จ.ปราจีนบุรี โยงนอมินี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลุยสอบโรงงานสารเคมีรั่วใน จ.ปราจีนบุรี
  • พบความผิดปกตินอมินีถือหุ้นไขว้ 2 บริษัท และใช้สำนักงานบัญชีเดียวกัน
  • เตรียมประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่ดินพร้อมเอาผิดอาญา-แพ่ง

วันที่ 13 ตราบาป 2569 เวลา 08.45 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีโรงงานสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสร้างผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่น้ำท่วม โดยระบุว่าหลังจากลงพื้นที่เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ พบความผิดปกติที่ชัดเจน และได้ประสานงานกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสั่งการให้ปลัดและรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบและสั่งปิดโรงงานดังกล่าวทันที

จากการตรวจสอบเชิงลึกของกระทรวงมหาดไทย พบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มีความเชื่อมโยงระหว่างชาวไทยและต่างชาติ โดยมีลักษณะเป็นนอมินี พบคนไทย 2 นามสกุลถือหุ้นไขว้กันใน 2 บริษัท ความผิดปกติที่เด่นชัดคือบริษัทแรกมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท ขณะที่อีกบริษัทเพิ่มทุนจากเดิมเป็น 300 ล้านบาท และมีทรัพย์สินรวมกว่า 570 ล้านบาท นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังใช้ผู้ตรวจสอบบัญชีและสำนักงานบัญชีเดียวกัน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงที่ต้องขยายผลตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

570ล้านทรัพย์สินรวมของบริษัท
300ล้านทุนจดทะเบียนบริษัทที่เพิ่มขึ้น
Thailand environment hazardous waste investigation site

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นายพลพีร์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินและการถือครองที่ดินว่ามีความถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการจำหน่ายออกและร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขนย้ายขยะมีพิษออกนอกพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมาตรการชดเชยที่บริษัทเสนอมานั้นยังไม่เพียงพอ และจะต้องพิจารณาดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาเพิ่มเติมด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"นามสกุลที่เราเจอใน 2 บริษัท อยากจะกราบเรียนว่าเป็นนามสกุลดังในจังหวัดปราจีนบุรี แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้แล้วว่า ให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม"

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี

วิเคราะห์เพิ่มเติม: กรณีการใช้บริษัทนอมินีและการถือหุ้นไขว้ในลักษณะนี้ มักเป็นรูปแบบที่กลุ่มทุนสีเทาหรือผู้ลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรมใช้เพื่ออำพรางตัวตนและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ การที่กระทรวงมหาดไทยดึง ปปง. เข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินถือเป็นกุญแจสำคัญในการสาวไปถึงผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากลำพังการเอาผิดกับบริษัทนอมินีมักไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งวงจรการลักลอบทิ้งกากพิษข้ามชาติได้ในระยะยาว

ในส่วนของมาตรการควบคุมการนำเข้า นายพลพีร์ระบุว่าจำเป็นต้องตรวจสอบกระบวนการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือและกรมศุลกากรอย่างเข้มงวด เนื่องจากเชื่อว่ากากขยะเกือบทั้งหมดที่นำมาฝังกลบในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นขยะนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมซึ่งพัดพาสารพิษส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในพื้นที่นั้น ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเพราะน้ำเน่าเสียตามธรรมชาติอย่างเดียว ทั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทยจะเร่งหามาตรการเยียวยา พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการบริโภคอาหารในช่วงเวลานี้ โดยคาดว่าการตรวจสอบเรื่องนอมินีและการถือหุ้นผิดกฎหมายจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้