ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อัครนันท์ ขีดเส้น 7 วัน เคลียร์ปม รร.พุทธิรังสีพิบูล-แตงโม ยูไนเต็ด

รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา นานกว่า 3 ชั่วโมง ถกปมยกเลิก MOU ชมรมฟุตบอลแตงโม ยูไนเต็ด พร้อมให้เวลา 7 วันร่าง MOU ใหม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อัครนันท์ ขีดเส้น 7 วัน เคลียร์ปม รร.พุทธิรังสีพิบูล-แตงโม ยูไนเต็ด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา นานกว่า 3 ชั่วโมง
  • ถกปมข้อพิพาทระหว่างโรงเรียนและชมรมฟุตบอลแตงโม ยูไนเต็ด กรณีขอยกเลิก MOU
  • ขีดเส้น 7 วันให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนและเตรียมร่าง MOU ฉบับใหม่ร่วมกัน
  • ย้ำให้ยึดประโยชน์ของนักเรียนและสถานศึกษาเป็นศูนย์กลาง

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่ ณ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ทางโรงเรียนได้ประกาศยกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แตงโม ยูไนเต็ด" ซึ่งมีนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ เป็นผู้ดูแล โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้เวลาพูดคุยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายนานกว่า 3 ชั่วโมง

ในการลงพื้นที่ดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้แยกห้องเพื่อพูดคุยรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด เริ่มจากกลุ่มผู้ปกครองและตัวแทนชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ก่อนจะเปลี่ยนไปรับฟังความคิดเห็นจากฝั่งคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน เพื่อทำความเข้าใจถึงมูลเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยทางตัวแทนชมรมฟุตบอลได้ชี้แจงถึงจุดเริ่มต้นในการเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียนเนื่องจากจำนวนนักเรียนที่ลดลง และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน แต่กลับเผชิญปัญหาความขัดแย้งกับผู้บริหารโรงเรียนในหลายประเด็น รวมถึงปัญหาการใช้คำพูดของผู้อำนวยการโรงเรียน และขั้นตอนการรับนักเรียนและการเทียบโอนผลการเรียนที่ทางครูมองว่าไม่เป็นไปตามระเบียบ

ความขัดแย้งระหว่างสถานศึกษาและชมรมกีฬาอิสระในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรและการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดกลางหรือโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนลดลง ซึ่งมักพึ่งพาโครงการกีฬาพิเศษเพื่อดึงดูดเด็กนักเรียนและสร้างชื่อเสียง แต่หากขาดการกำหนดขอบเขตและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งด้านอำนาจบริหารและวัฒนธรรมองค์กรระหว่างครูประจำการและผู้ฝึกสอนภายนอกได้ง่าย

Thailand school campus classroom

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ฝั่งตัวแทนผู้ปกครองได้สะท้อนความรู้สึกอึดอัดและระบุว่าจุดประสงค์หลักคือต้องการให้นักเรียนและนักกีฬาฟุตบอลได้ศึกษาและฝึกซ้อมต่อไปอย่างราบรื่น เนื่องจากเด็กๆ มีความมุ่งมั่นที่จะใช้กีฬาฟุตบอลเป็นเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต ขณะที่ฝั่งคุณครูได้ให้ข้อมูลสะท้อนกลับถึงปัญหาการจัดการเรียนการสอน การรับเด็กนักเรียนระหว่างเทอมที่ยังไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของงานทะเบียน ตลอดจนความกังวลใจต่อความปลอดภัยและบรรยากาศภายในโรงเรียนหลังจากเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งในหลายๆ ด้าน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

3 ชม.เวลาพูดคุยเคลียร์ใจ
7 วันกำหนดหาข้อยุติร่าง MOU
160 คนจำนวนนักกีฬาฟุตบอล

"ถ้าวันนี้ทุกคนมองเด็กเป็นที่ตั้ง จะมีคำตอบของตัวมันเอง แต่หากทุกคนยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่มีทางจะมีคำตอบแน่นอน ต่อให้กระทรวงมา 10 กระทรวงหรือลงมากันทุกคน แต่ยังยึดมั่นถือมั่นถืออัตตาของตัวเองไม่มีทางจบ"

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

ภายหลังการรับฟังข้อมูล นายอัครนันท์ได้ให้สัมภาษณ์สรุปผลการหารือว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการจะนำเรื่องนี้กลับไปพิจารณา และให้เวลาทั้งสองฝ่ายเป็นเวลา 7 วันในการทบทวนเพื่อเตรียมร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือหรือ MOU ฉบับใหม่ร่วมกัน โดยเน้นย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และทุกฝ่ายต้องถอยคนละก้าวเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับนักเรียนและเยาวชน พร้อมกันนี้จะมีการเรียกประชุมพร้อมหน้ากันอีกครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้