พลเอก Syrskyi เผยศักยภาพรุกรัสเซียพังทลาย ทางตันสงครามยูเครน
พลเอก Oleksandr Syrskyi อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดยูเครนให้สัมภาษณ์บีบีซีระบุศักยภาพรุกของรัสเซียเสียหายหนัก พร้อมแจงปมถูกปลดกลางฤดูร้อนที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พลเอก Oleksandr Syrskyi อดีตผบ.ทบ.ยูเครน ระบุศักยภาพการรุกของรัสเซียพังทลายลงแล้ว
- โต้ข้อครหาเรื่องคำสั่งยืนหยัดสู้ถึงที่สุด ชี้กองทัพสู้กับกำลังพลที่เหนือกว่าหลายเท่า
- แจงปมความขัดแย้งกับ Mykhailo Fedorov อดีตรมว.กลาโหม เรื่องความไม่สมดุลยุทโธปกรณ์
- เตือนชาติยุโรปเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามรัสเซีย เลิกมองโลกในแง่ดีเกินไป
พลเอก Oleksandr Syrskyi อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งนับเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่เขาถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าศักยภาพในการรุกคืบของรัสเซียได้พังทลายลงแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ พลเอก Syrskyi ได้ชี้แจงถึงข้อกล่าวหาจากอดีตทหารใต้บังคับบัญชาบางส่วน ที่เคยร้องเรียนกับบีบีซีว่าพวกเขาได้รับคำสั่งให้อยู่รักษาตำแหน่งแนวหน้าแม้จะเกือบถูกกองทัพรัสเซียโอบล้อม จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเขายอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเนื่องจากยูเครนต้องเผชิญหน้ากับกองทัพที่มีกำลังพลเหนือกว่ามากในทุกด้าน
อดีตแม่ทัพยูเครนระบุว่า ในปี 2025 อัตราส่วนกำลังพลทางอากาศ เครื่องบิน และระเบิด อยู่ที่ 18 ต่อ 1 ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายมอสโก นอกจากนี้ รัสเซียยังมีปืนใหญ่และกระสุนมากกว่ายูเครนถึง 2.5 เท่า รวมถึงกำลังพลสำรองที่ผ่านการฝึกฝนถึง 4 ล้านนาย ทำให้พวกเขาสามารถหาโอกาสตีทะลวงแนวป้องกันได้ตลอดเวลา ขณะที่ช่วงฤดูร้อนปี 2024 กองทัพรัสเซียเคยบุกกดดันทุกทิศทางด้วยกำลังพลที่มากกว่ายูเครนถึง 6 เท่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ยูเครนได้อาศัยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของการใช้โดนารวมถึงการโจมตีเจาะจุดอ่อนของรัสเซียในการตรึงกำลัง โดยสถาบันเพื่อการศึกษา สงคราม หรือ ISW ยืนยันแนวโน้มดังกล่าวว่าในเดือนกันยายน 2026 รัสเซียสูญเสียพื้นที่มากกว่าที่ยึดมาได้ นอกจากนี้ การบุกจู่โจมภูมิภาคเคิร์ก (Kursk) ยังช่วยตัดกำลังและบังคับให้มอสโกต้องโยกย้ายกำลังพล เปิดโอกาสให้กองทัพยูเครนในภาคตะวันออกและใต้ได้พักฟื้น
"บทบาทของมนุษย์จะยังคงเป็นสิ่งชี้ขาดบนสนามรบ เพราะมนุษย์จะต้องเป็นผู้ควบคุมระบบเหล่านั้น"
พลเอก Oleksandr Syrskyi
พลเอก Syrskyi ยังได้กล่าวถึงความขัดแย้งกับ Mykhailo Fedorov อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดความตึงเครียดจนนำไปสู่การประท้วงบนท้องถนนและทำให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ต้องปลดเขาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่า Fedorov สร้างความไม่สมดุลด้านเสบียงด้วยการเน้นโดรนมากเกินไปจนละเลยยุทโธปกรณ์แนวหน้า เช่น รถหุ้มเกราะไร้คนขับ รถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ แม้แต่โดรนเองก็ยังได้รับเพียงครึ่งเดียวของความต้องการทั้งหมด
ความขัดแย้งระหว่างผู้นำทางทหารและฝ่ายนโยบายของยูเครนสะท้อนให้เห็นความกดดันในการปรับตัวท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่การจัดสรรทรัพยากรระหว่างอาวุธไฮเทคอย่างโดรนกับยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดินแบบดั้งเดิมกลายเป็นโจทย์ยากในการรักษาชีวิตกำลังพลและรักษาแนวรบในเวลาเดียวกัน
ในตอนท้าย อดีตแม่ทัพยูเครนยังได้ฝากคำเตือนไปถึงชาติพันธมิตรในยุโรปที่ยังคงลังเลและสงสัยว่ารัสเซียจะมีเป้าหมายทางดินแดนอื่นนอกเหนือจากยูเครนหรือไม่ โดยแนะนำให้ประเทศในยุโรปเริ่มเตรียมความพร้อมรับมือกับสงครามตั้งแต่วันนี้และเลิกมีความคิดเพ้อฝันว่าสงครามจะไม่ลุกลามมาถึง
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น