ข้ามไปเนื้อหาหลัก

MI5 เตือนอย่ากล่าวเกินจริง ปมรัสเซียแทรกแซงเบร็กซิท

เซอร์ เคน แม็คคัลลัม หัวหน้าหน่วย MI5 ระบุมีหลักฐานรัสเซียพยายามแทรกแซงประชามติ Brexit ปี 2016 แต่เตือนไม่ควรกล่าวเกินจริงว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไป

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Oct 2026ที่มา: BBC Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
MI5 เตือนอย่ากล่าวเกินจริง ปมรัสเซียแทรกแซงเบร็กซิท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เซอร์ เคน แม็คคัลลัม หัวหน้าหน่วย MI5 ยอมรับรัสเซียมีความพยายามแทรกแซงประชามติ Brexit ปี 2016
  • เตือนการแยกแยะระหว่างความพยายามแทรกแซงกับผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องสำคัญ
  • นักการเมืองอย่าง ไนเจล ฟาราจ และ บอริส จอห์นสัน ออกมาโต้แย้งคำกล่าวอ้างของนายกรัฐมนตรี
  • รายงานของรัฐสภาในปี 2020 ไม่สามารถสรุปเด็ดขาดได้ว่ารัสเซียประสบความสำเร็จในการแทรกแซงหรือไม่

เซอร์ เคน แม็คคัลลัม (Sir Ken McCallum) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองภายในประเทศของสหราชอาณาจักร หรือ MI5 ออกมาเปิดเผยว่า มีความพยายามจากรัสเซียในการแทรกแซงการลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit เมื่อปี 2016 จริง แต่ได้ออกมาเตือนว่าไม่ควรกล่าวถึงผลกระทบดังกล่าวเกินความเป็นจริงว่าสามารถเปลี่ยนผลการลงคะแนนได้

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายกรัฐมนตรี แอนดี้ เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ระบุว่ามีความชัดเจนเรื่องการที่มอสโกเข้ามาแทรกแซงการลงคะแนนเสียงในปี 2016 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มรณรงค์สนับสนุน Brexit บางส่วน โดยเซอร์ เคน ระบุระหว่างการตอบคำถามหลังการกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีที่สำนักงานใหญ่ MI5 ในลอนดอนว่า การมีบอตและบัญชีปลอม (trolls) เข้ามาป่วนเป็นบันทึกสาธารณะที่เปิดเผยอยู่แล้ว รวมถึงสื่ออย่าง Russia Today และ Sputnik ก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงเวลานั้นเช่นกัน

London corporate office interior meeting room

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

หัวหน้า MI5 ขยายความเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญคือความแตกต่างระหว่างความพยายามที่ถูกกระทำกับการเปลี่ยนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเขายังยืนยันด้วยว่าเห็นพ้องกับนายกรัฐมนตรีว่าเคยมีการเจาะระบบและปล่อยข้อมูล (hack and leak) ในช่วงการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ประเด็นการแทรกแซงทางการเมืองผ่านปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) และบัญชีปลอมบนโลกออนไลน์ กลายเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงที่หน่วยงานข่าวกรองทั่วโลกต้องเผชิญในยุคดิจิทัล การแยกแยะระหว่างปริมาณการโจมตีทางข้อมูลกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อการตัดสินใจของประชาชน จึงเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนและต้องอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของผู้นำรัฐบาลและหัวหน้า MI5 กลับเผชิญแรงต้านจากนักการเมืองหลายท่าน โดย ไนเจล ฟาราจ (Nigel Farage) ผู้นำพรรค Reform UK กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีพูดโกหกและยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงจากรัสเซีย ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ระบุว่าหน่วยงานความมั่นคงเคยแจ้งเขาเมื่อปี 2016 ตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศว่าไม่มีหลักฐานการแทรกแซงที่สำเร็จจากชาติใด พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานเปลี่ยนท่าทีหรือผู้นำกำลังบิดเบือนข้อมูล

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"มีความแตกต่างที่สำคัญมากๆ ระหว่างความพยายามที่ถูกทำกับการที่ผลลัพธ์ถูกเปลี่ยนไป"

เซอร์ เคน แม็คคัลลัม

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 รายงานของคณะกรรมการรัฐสภาอังกฤษเคยระบุไว้ว่าไม่สามารถหาข้อสรุปที่ฟันธงได้ว่ารัสเซียพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งและประชามติของสหราชอาณาจักรหรือไม่ แต่ได้ตำหนิรัฐบาลในขณะนั้นว่าล้มเหลวในการประเมินและรับมือกับภัยคุกคามจากบัญชีไอโอรัสเซียบนโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา: BBC Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้